นักแสดงหนุ่มที่ไม่ว่าลุคไหนก็หล่อและกินขาดอย่างหนุ่ม “คริส อีแวนส์” ซึ่งตัวเขาเข้าวงการและเล่นหนังมามากมายหลายเรื่อง และกับ Marvel ก็เล่นหนังเดี่ยว Captain amrica ไป 3 ภาค และกับ The Avenger อีก 3 ภาค เป็นอีกหนึ่งฮีโร่ที่คนทั่วโลกหลงรัก คนชอบขนาดนี้ค่าตัวของนักแสดงจะธรรมดาได้อย่างไรกันค่าตัวของหนุ่ม คนนี้สูงถึง 18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 600 ล้านบาทไทย
คราวนี้มาถึงตาสาวๆกันบ้าง “สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน” สาวสวยเซ็กซี่ขยี้หัวใจคนนี้เรื่องความเก่งกาจของเธอก็ไม่เป็นสองรองใครแน่นอน นางเอกผู้รับบท Black Widow ที่นักวิจารณ์มองว่าเธอดูจะเป็นนักแสดงที่ฮอตที่สุด ในทีมในยุคที่สร้างหนังภาคแรกของ The Avengers ขวัญใจผู้ชายหลายๆคน ราคาค่าเหนื่อยของสการ์เลตต์ก็อยู่ที่ เกือบ 20 ล้านดอลล่าร์หรือตีเป็นเงินไทยก็ 687.6 ล้านบาทไทย
"ซามูเอล แอล แจ็กสัน" อาจไม่คุ้นชื่อจริงของเขากันนัก แต่ถ้าพูดชื่อ “นิค ฟิวรี่” ต้องมีร้องอ๋อกันแน่นอน เพราะแม้ว่าหนุ่มคนนี้จะไม่ได้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่เหมือนกับคนอื่นๆ แต่บทบาท ผู้นําองค์กรชิลด์ผู้ควบคุมเหล่าฮีโร่ของเขานั้นถือเป็นบทที่สําคัญ หากไม่มีเรื่องไม่สามารถดําเนินต่อไปได้นอกจากนี้ด้วยชื่อเสียงของนักแสดงเองก็เป็นอีกปัจจัยสําคัญ ทําให้เขามีค่าตัวมากถึง 30.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตีเป็นเงินไทย ปาเข้าไปตั้ง 900 ล้านบาท
“คริส แฮมสเวิร์ธ” อีกหนุ่มล่ำบึ้กกับบทบาทเทพเจ้าธอร์นั่นเอง ถือเป็นอีกหนึ่งซุปเปอร์ฮีโร่ที่ได้รับความนิยมในบรรดาแฟนคลับ Marvel เป็นจํานวนมาก เพราะด้วยคาแรคเตอร์นิสัยมุทะลุดุดัน บุกทะลวงไปด้วยฆ้อนสายฟ้าของเขา และมักสอดแทรกมากับอารมณ์ขันกวนๆ ทําให้ตัวละครตัวนี้ครองใจแฟนๆได้เป็นจํานวนมากนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ค่าตัวของคริส มากถึง 31.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ! แปลงเป็นเงินไทยก็เกือบพันล้านบาท
สุดท้าย อันดับ 1 ก็ต้องยกให้ตัวพ่อของเหล่า Super hero Marvel เขาก็คือโรเบิร์ต ดาวนีย์จูเนียร์กับ บท “โทนี่ สตาร์ค” ซึ่งในหนัง ไอออนแมนภาค 3 นั้นเขาได้ค่าตัวมากถึง 48 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,500 ล้านบาท ซึ่งที่ marvel studio ต้องยอมจ่ายให้ “โรเบิร์ต ดาวนีย์จูเนียร์” เพราะเขาคือ Hero ที่เปลี่ยนเกมธุรกิจของ Marvel studioอย่างแท้จริง เพราะหนังเรื่องนี้สามารถสร้างรายได้ถล่มทลาย อีกหนึ่งเหตุผลที่ Marvel studio ต้องเปย์เพราะหลังจากที่เขาสวมชุดเกราะ Iron man เขาก็ไม่สามารถไปเล่นหนังเรื่องอื่นๆ ให้ประสบความสําเร็จในแง่รายได้อีกเลย จนทําให้ไม่ค่อยมีค่ายหนัง ค่ายไหนจ้างเขาไปเล่นหนังจนตัวเขาเองยังบอกกับสื่อว่า "ผมว่าคนรู้จักโทนี่ สตาร์ค มากกว่ารู้จักผมเสียอีก"