เริ่มต้นกันที่อันดับ 3 ที่ร่วงลงมาจากอันดับ 1 เมื่อสัปดาห์ก่อน กับ เดอะ อีควอไลเซอร์ ทู (The Equalizer 2) ภาพยนตร์แอ็คชั่นภาคต่อของ เดนเซล วอชิงตัน (Denzel Washington) ในบทมือสังหารระดับพระกาฬที่ถูกวายร้ายคนใหม่กระตุกหนวดเสือด้วยการฆ่าเพื่อนคนเดียวที่เขาเหลืออยู่ ศึกครั้งใหม่จึงได้เริ่มต้นขึ้น ซึ่งการเข้าฉายในสัปดาห์ที่ 2 ทำเงินไป 466.98 ล้านบาท และทำรายได้รวมจากการฉายในสหรัฐฯไป 2,141.70 ล้านบาท
ต่อกันด้วยอันดับ 2 กับหนังภาคต่อ มามา มีอา เฮียร์ วี โก อเกน (Mama Mia Here we go again) ภาพยนตร์เพลงอารมณ์ดีฉบับฮอลีวูด ที่เคยสร้างความนิยมให้กับแฟนหนังทั่วโลกมาแล้วเมื่อปี 2008 กับการร้อยเรียงบทเพลงอมตะจากวง แอบบ้า (ABBA ) มารังสรรค์เป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งภาค 2 นี้ได้ตอกย้ำความเข้มข้นของสายสัมพันธ์แม่ลูก ด้วยการเล่าเหตุการณ์ตัดสลับอดีตกับปัจจุบันตลอดเรื่อง พร้อมกับตัวละครใหม่ที่จะมาสร้างสีสันให้แต่ละบทเพลงเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์มากยิ่งขึ้น และ มนต์ขลังเหล่านี้ ทำให้แฟนหนังรวมทั้งแฟนเพลงยอมเสียเงินซื้อตั๋วเข้าโรงไปทั้งสิ้น 502.95 ล้านบาท ทำรายได้รวมจากการฉายในสหรัฐไป 2,348.88 ล้านบาท
และแชมป์หนังทำเงินประจำสัปดาห์ มิชชั่น อิมพอสซิเบิล ฟอลเอาต์ (Mission Impossible Fallout) หนังแอ็คชั่นภาคที่ 6 กับภารกิจบู๊ระห่ำเสี่ยงความตาย ของ ทอม ครูซ ในบท อีธาน ฮันท์ กับความสำเร็จจากการเข้าฉายที่กวาดรายได้ในสัปดาห์แรกไป 2,048.44 ล้านบาท ถือเป็นหนังภาคต่อตระกูล มิชชั่น อิมพอสซเบิล (Mission Impossible) ที่ทำรายได้จากการเปิดตัวได้มากที่สุด และได้รับคำชื่นชมอย่างล้มหลาม เป็นภาพยนตร์ไล่ล่าสุดเดือดที่รวบรวมไว้ทุกความมันส์ กับการแสดงฉากสตันท์สุดตระการตา ที่ช่วยยกระดับภาพยนตร์แอ็คชั่นให้ก้าวไปอีกขั้น รวมทั้งได้เพลิดเพลินกับสถานที่สวยๆ ตลอดทั้งเรื่อง แถมยังเป็นหนังแอ็คชั่นสุดระทึก ที่คนดูต้องลืมหายใจกันเลยทีเดียว