“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน “ โค้ชคิ้ม เน้น “เล่นต่อหน้า ตอบโต้กันตรงๆ เพื่อชิงคนมีสไตล์โด่ดเด่น” เข้าทีม “The Voice 2018”
เปิดตัวไปแล้วสำหรับ 2 โค้ชใหม่ที่จะมานั่งแท่นเก้าอี้โค้ช ใน “The Voice 2018” หนึ่งในนั้นคือการกลับมาของโค้ช เจนนิเฟอร์ คิ้ม ได้มีโอกาสแอบถามการดวลเพื่อชิงลูกทีมครั้งนี้ว่ามีไม้เด็ดอะไนบ้าง แต่....
“โค้ชคิ้ม” ทำให้เราประหลาดใจเพราะ...
“พี่จะไม่ใช้การทำการบ้านมาก่อน คนพวกนี้ต่อให้เรารู้นิสัยเค้ายังไง คนพวกนี้เป็นเหมือนเชื้อไวรัส เชื้อไข้หวัดใหญ่ มันพัฒนาสายพันธุ์ทุกๆปี และเราเป็นเหมือนเซรุ่ม เป็นยาป้องกัน คอยฉีดป้องกัน เราต้องเห็นหน้างานจริงๆต้องรู้เค้าพูดอะไรออกมาจริงๆ เราถึงจะสามารถพลิกแพลง หรือเอาชนะเค้าได้ มันเหมือนการเล่นมวยปล้ำ”
ความคุ้นเคย รู้นิสัยกันดี ทำให้โค้ชคิ้มมองว่าสิ่งเหล่านี้คือความสนุกที่จะเกิดขึ้นแบบสดๆ จริงๆ บนเวที “The Voice 2018” ซีซั่นนี้ เพราะทุกอย่างไม่ได้มาจากสคริปท์แต่มันคือความรู้สึกตรงๆต่อสถานการณ์ตรงหน้า
เลยทำให้การกลับมาครั้งนี้ไม่มีความหนักใจอยู่เลย เพราะโค้ชแต่ละคนล้วนมีอดีตอันลึกซึ้งทั้งนั้น ขณะที่โค้ชใหม่อย่าง โค้ชป๊อบ ก็เตรียมอาวุธที่เชื่อว่า “เอาอยู่แน่นอน”
“นั่นก็ผัวเก่า นี่ก็แก๊งสเตอร์แรปเปอร์ อีกคนก็ไม่ว่าไรกันอยู่แล้ว เพราะว่าเค้าเป็น…คิดว่าถ้าดื้อด้าน ก็…เคยเห็นที่สับคอช้างไหมคะ อันนั้นอ่ะ สับลงไปนิดนึง คิดว่าชาติที่แล้วเคยเป็นตะพุ่นหญ้าช้างมาก่อน น่าจะเอาอยู่ค่ะ”
ส่วนการแย่งชิงลูกทีมที่โค้ชคิ้มจะสู้แบบ “หน้าอินทร์หน้าพรหม ฉันก็ไม่สน ฉันต้องได้เด็กคนนี้” คือคนที่ “เสียงมีสไตล์”
“ การเป็นโค้ชใน The Voice มันต้องพัฒนาไปตามเทรนด์ ไปตามการพัฒนา เด็กสมัยนี้มันเหมือนไฮบริด มันคือเลือดผสมสายพันธุ์ใหม่ ถ้าร้องเก่งๆ พาวเวอร์แรงๆ แต่ไม่มีสไตล์เลย ร้องเหมือนคนนั้น เหมือนคนนี้มากๆ ไม่ได้อยู่ในสิ่งที่พี่มองหา พี่มองหาเด็กที่มีสไตล์”
เพราะเด็กมีสไตล์คือสิ่งที่สอนไม่ได้เป็นเฉพาะบุคคลที่ไม่เหมือนใคร
“บางคนร้องงุ้งๆงิ้งๆ มันไม่ค่อยชัดนะ แต่ไม่เป็นไร เพี้ยนหน่อยไม่เป็นไรของพวกนี้สอนกันได้ แต่ถ้าสไตล์ไม่มีทางที่จะสอนได้ เด็กทุกวันนี้เปิด YouTube แล้วดูทุกอย่าง ประกอบกับเส้นเสียงที่มีแบบนี้พอมันรวมกันแล้ว กับประมวลความคิดของเค้าออกมาเป็นทรงนี้ เรียกสิ่งนี้ว่า สไตล์ ที่ไม่มีใครแย้งไปได้”
ส่วนการเจอกันกับ โค้ชป๊อบ ปองกูล ซึ่งเป็นเหมือนน้องใหม่ที่มานั่งเก้าอี้กดปุ่ม โค้ชคิ้มเลยฝากบอกว่า
“โค้ชใหม่ เป็นโค้ชที่น่ากลัวที่สุด คือ ช้าง เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองเราก็จริง แต่ในช่วงเวลาที่เค้าตกมัน เป็นช่วงที่เราไม่สามารถที่จะคาดคะเนได้ว่ามันจะเป็นยังไง ดังนั้นเราจะต้องหาวิธีตลอดเวลา ในขณะที่ฉันโฟกัสไปที่เด็กคนนั้น และตั้งอกตั้งใจเอาเด็กคนนั้นมาอยู่ในทีมฉันให้ได้ ฉันต้องฟาดฟัน คนอื่นๆเค้าหยุดให้ฉัน แต่อีนี่มันไม่หยุด”
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการกลับมาเจอกันของโค้ชทั้ง 4 คน ที่สำคัญ และที่ดูเหมือนจะเป็นมวยถูกคู่ คือ “โค้ชคิ้ม กับ โค้ชป๊อบ” บอกเลยว่าเวที “The Voice Thailand” ซีซั่นนี้ระเบิดเป็นไฟทั้งพลังเสียงและความร้อนแรงของโค้ชแน่นอน
“ฝาก The Voice 2018 ด้วยนะคะ The Voice ที่ผ่านมาเป็นยังไงไม่รู้ ลืมมันไปซะ แต่ The Voice ซีซั่นนี้คุณจะได้เห็นสิ่งแปลกๆใหม่ๆ เทรนด์ใหม่ เลือดใหม่ เสียงใหม่ สไตล์ใหม่ และที่สำคัญที่สุด โค้ชคนใหม่ ที่คุณจะรู้คำว่า แผลกดทับ แปลว่าอะไร ป๊อป ปองกูล ค่ะ” โค้ช เจนนิเฟอร์ คิ้ม กล่าวทิ้งท้าย
รายการ The Voice 2018 ทุกวันจันทร์ เริ่ม 19 พฤศจิกายนนี้ เวลา 20.15 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36