ฟาดกันกันแบบบีบหัวใจทั้งผู้เข้าแข่งและคนดู สำหรับรอบการแสดงสด ( Live Show ) กับกติกาใหม่กับการต้องแบทเทิลข้ามทีม และให้คนดูทั้งประเทศเป็นผู้ตัดสินจากคะแนนโหวตร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งวีคแรกผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย ผู้ที่เข้าสู่รอบไฟนอลรอชิงแชมป์ตัวตริง เสียงจริงได้แก่ เล็ก - พงษธร กำบัง ( ทีมโจอี้ บอย ) , ป๊อก - วทัญญู ปริงหาดยาย ( ทีมโค้ชคิ้ม ) , นิสนึง - อรรัศมิ์ดา โรจนเตชสิริ ( ทีมโค้ชก้อง ) และ โจอี้-จักรกฤษ ขำจิตร์ ( ทีมโค้ชป๊อบ ) โดยหลังจบการแข่งขัน ทั้ง 4 คนได้เผยความรู้สึกทั้งกดดันและดีใจกับเราว่า
เล็ก : "การแข่งขันวันนี้ผมกดดันตัวเองมากครับ มันจะวูบอย่างเดียวเลย แต่มันดีต่อใจมากเลยเวลารู้ว่าตัวเองร้องเป็นคนแรก แล้วยิ่งมาเจอกับคนที่เราไม่ค่อยอยากเจออย่าง “น้องเต๋า” เพราะน้องเขาเก่งครับ เอาจริงๆผมก็ไม่อยากเจอทุกคนอะ แต่มันก็ต้องเจอเพราะมันคือการแข่ง มันก็เลยบีบตัวเองมากเลยครับ การแข่งขันก็ต้องทำใจว่ามันก็ต้องมีคนเข้ารอบและคนตกรอบ ผมก็พยายามทำความเข้าใจตรงนั้น แต่ว่ามันก็ดีใจแหละ เหมือนกันทุกคนความรู้สึกนั้น แต่สารภาพเลยว่าก่อนที่จะประกาศผลมันบีบใจมาก วินาทีที่ประกาศเป็นชื่อผมก็รู้สึกดีใจ ตอนนั้นคือผมเผื่อใจไว้เหมือนกัน ถ้าเราไม่เข้าอย่างน้อยๆเพื่อนเราอาจจะเข้าก็ได้ ก็ทำใจไว้ครับ 50 / 50 เหมือนกัน ขอบคุณทุกคะแนนโหวตที่โหวตให้ผมได้เข้าไปถึงรอบไฟนอลนะครับ ผมจะทำให้เต็มที่ ไม่ให้ผิดหวังครับ”
ป๊อก : "ผมก็ได้คุยกับเพื่อนๆพี่ๆในทีมทุกๆคนทั้ง 4 ทีมเลย แล้วก็คุยกันแล้วว่าถ้าใครได้ก็ให้เขาทำแทนพวกเราด้วย ผมคิดว่าผมจะไม่ได้ผ่านหรอก ผมคิดไปอย่างนั้นแหละครับ พอถึงเวลาก็รู้สึกว่าผมตื่นเต้นมากๆแล้วก็พอผมไปนึกถึงความรู้สึก พี่คิ้ม , พี่ป๊อบ และทุกๆคน น้องๆพี่ๆอยากให้โอกาสผม ผมก็เลยเข้าไปอยู่ในเพลงนั้นโดยที่ไม่มีความรู้สึกอะไรแล้วตอนนั้น ผมรู้สึกใช้ใจร้องตอนนั้น
ที่ผมน้ำตาคลอตอนสุดท้าย เพราะผมอยากขอบคุณพี่คิ้มแล้วก็พี่ป๊อบที่ให้โอกาสผมได้มายืนตรงนั้นครับ ผมคิดเหมือนอย่างที่ผมพูดไปในวีทีอาร์ว่าผมอาจจะได้ร้องเพลงนี้เป็นเพลงสุดท้าย ตอนซ้อมผมก็ไม่ได้ร้องแบบนี้ทุกรอบ แต่ตอนจริงๆ รู้สึกกับมันจริงๆ รู้สึกกับสิ่งที่มันสดจริงๆครับ ผมถึงขอโทษออกมาได้ แล้วด้วยความที่ผมกับ “พี่ปลั๊ก” ทีมโค้ชก้องสนิทกันมากๆ ผมเคยได้คุยกันก่อนหน้านี้แล้วว่าต่อให้เราเจอกัน แล้วคิดว่าถ้าเราเจอกันก็ทำให้เต็มที่ แล้วก็เป็นตัวแทนของทุกๆคนแล้วก็ทำให้ดีที่สุด ขอบคุณทุกคนที่โหวตให้ผมครับ"
นิสนึง : ถ้าถามว่ากดดันไหม หนูว่ามันกดดันทุกคนอยู่แล้ว เพราะทุกคนก็เตรียมใจอยู่แล้วว่า ไม่ว่าโค้ชจะเลือกเราหรือไม่เลือกเรา ใครออกไปเป็นตัวแทนทุกคนต้องทำให้เต็มที่ อย่างที่บอกค่ะหนูทำเต็มที่ ตั้งใจ ไม่อยากให้โค้ชผิดหวัง แล้วก็ไม่อยากให้คนดูผิดหวัง หนูคิดอยู่ในหัวตลอดว่าวันนี้หนูไม่ได้มาแข่งกับใคร หนูไม่ได้มาแข่งกับทีมพี่ป๊อบหรือทีมใคร แต่หนูมาแข่งกับใจตัวเอง หนูอยากให้ร้องเพลงนี้แล้วทุกคนรักในเสียงร้อง เสียงเพลงที่หนูถ่ายทอดออกไป คิดแค่นี้จริงๆ ตอนรอผลโหวต คือหนูคิดในใจว่าทีมพี่ก้องยังไม่มีใครเข้าไปเลย เพราะพี่ปลั๊กก็ตกไปแล้ว ขอสักคนเถอะที่เป็นทีมพี่ก้อง ไปสู้พร้อมพี่ก้องในรอบต่อไป
พอประกาศชื่อหนูจริงๆ ตอนนั้นหนูขาอ่อนเลยค่ะ ไม่มีแรงจะยืน หนูคาดหวังว่าจะเข้ารอบก็จริง แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าเราจะได้เข้าจริงๆ แล้วก็น้องอีก 2 คนน่ารักมาก แล้วก็เก่งมากๆ หนูว่าน้องเก่งกว่าหนูด้วยซ้ำ ด้วยอายุแค่นี้ น้องยังมีพัฒนาการที่ดีแบบสุดยอดมาก แล้วน้องใช้เพลงของ Blackpink คือซึ่งหนูเป็นนักร้องลูกทุ่งค่ะ แต่หนูเป็น Blink เป็นแฟนคลับของ Blackpink ( ยิ้ม ) ซึ่งจริงๆหนูชอบมากคือชอบทุกอย่างจริงๆของวันนี้ อยากจะขอบคุณทุกๆคะแนนโหวตที่ให้หนู โหวตให้กับทุกคนแล้วก็ขอบคุณกำลังใจ ขอบคุณพี่ก้องที่คอยแนะนำและให้กำลังใจทุกวินาที ขอบคุณพี่ๆทีมงานทุกๆคนที่ซัพพอร์ตพวกเราทุกคน
จริงๆหนูมาประกวดรายการนี้หนูแค่อยากมาทำลายกำแพงที่หนูเคยคิดว่า เส้นทางนี้มันไม่ใช่ทางของหนู เพราะหนูเคยท้อถึงขั้นที่ว่าคิดว่าตัวเองคงไม่เหมาะกับการร้องเพลงหรอกมั้ง แล้วก็เคยคิดว่าจะมาเวทีนี้เป็นเวทีสุดท้ายของเส้นทางนี้ ถ้าเกิดมันไม่ผ่านแสดงว่ามันคงไม่ใช่จริงๆ แล้วก็สุดท้ายมันมาถึงรอบไฟนอล ซึ่งมันเกินความเชื่อมากๆแล้ว วันที่หนูก้าวเข้ามาประกวดหนูคิดแค่ว่าขอแค่ใครสักคนหันมานั้นคือหนูประสบความสำเร็จแล้วค่ะ ถึงตอนนี้มันคือกำไรของหนูแล้วค่ะ สิ่งที่จะฝากถึงเพื่อนๆทุกคนที่จะมาแข่งต่อไปทำให้เต็มที่ ทำเหมือนกับที่เราซ้อมทำตามสิ่งที่โค้ชแนะนำ ใช้หัวใจในการร้องเพลงหนูเชื่อว่าทุกคนจะทำมันออกมาได้ดีแน่นอนค่ะ”
โจอี้ : อย่างที่ “พี่เล็ก” กับ “พี่ป๊อก” บอกว่ามันบีบหัวใจนะครับ ตอนที่พี่ป๊อบเรียกผมให้ไปวอร์มเสียง นึกว่าพี่ป๊อบพูดเล่น ก็ออกมาแข่งออกมาร้อง จริงๆก็ได้คุยกับ “พี่แดนนี่ – พี่ไปป์”ครับ พี่ทั้งสองคนเป็นคนน่ารักครับ ไปเข้าห้องน้ำ ผมถามพี่แดนนี่ว่าตื่นเต้นไหม เขาก็บอกว่า ตื่นเต้นดิโจอี้ แล้วก็ถามผมกลับว่าผมตื่นเต้นไหม ผมก็บอกไปว่าตื่นเต้นครับ ผมเลยแบบอ่าวๆโอเค เราก็สู้ๆทั้ง 3 คน เราทั้ง 3 คนก็ทำเต็มที่ หวังว่าทุกคนจะชอบแล้วก็จะรักพวกผมแล้วก็พี่ๆที่มาแข่งรายการ “เดอะ วอยซ์” นะครับ อย่างเพลง “ข้ามันลูกทุ่ง” ที่ผมร้องวันนี้ผมสื่อถึงที่บ้านครับ ผมก็เป็นเด็กบ้านนอก เด็กที่มีความฝัน ที่ชอบเพลงร็อคและเพลงลูกทุ่ง พี่ป๊อบได้แนะนำวิธีการร้องที่ผสมผสานระหว่างร็อคกับลูกทุ่ง ผมก็ทำออกมาหวังว่าทุกท่านจะชอบ
ที่ผมชี้คำว่าเมีย อันที่จริงคำว่าเมียผมคิดถึงบ้านครับ ตอนผมร้อง ผมคิดถึงบ้านผม คิดถึงแม่ แล้วก็ตากับยาย ทุกคนล้วนเกิดมาอยู่ที่บ้านนอก แล้วมีความฝันแบกความฝันไว้ที่กรุงเทพฯ แล้วผมทำให้ท่านรู้แล้วว่าผมมายืนอยู่จุดนี้ครับ ผมรักท่าน ผมจะทำให้เต็มที่ แล้วก็ขอบคุณทุกท่านที่กดโหวตให้ผม แล้วก็กดโหวตให้กับทุกคนในรายการที่แข่งวันนี้ แล้วก็ในสัปดาห์หน้าด้วยนะครับ แล้วก็ขอบคุณพี่ๆทีมงานทางรายการ “เดอะ วอยซ์” ขอบคุณพี่ป๊อบ ขอบคุณโค้ชทั้ง 4 ท่านเลยนะครับ ผมพูดไม่หมดหรอกครับ มันอยู่ในใจ ในหัวผม ความรู้สึกดีๆขอบคุณมากครับ ขอบคุณมากจริงๆ”
สำหรับสัปดาห์หน้าใครจะเป็นผู้เข้าแข่งขัน 4 คนสุดท้ายที่จะเข้าสู่รอบไฟนอล ผู้ชมทางบ้านคือผู้ตัดสิน ร่วม “โหวต” และให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขัน “The Voice 2018 เสียงจริง ตัวจริง” และเตรียมชมกันแบบสดๆ พร้อมกันทั่วประเทศ วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ เวลา 20.15 - 22.00 น. ทางพีพีทีวี เอชดี ช่อง 36
4 โค้ช นำลูกทีม “เดอะ วอยซ์ 2018” ทำความดีร่วมกิจกรรมช่วยเหลือสังคม
อ่านข่าว
“ทีมป๊อบ” โค้ชน้องใหม่กับเส้นทางสู่รอบแสดงสด “The Voice 2018”
ใครเป็นใครใน “ทีมโจอี้” ที่ผ่านสู่รอบแสดงสด “The Voice 2018”
ทวนความจำถึงนักร้องเสียงจริง “ทีมคิ้ม” ก่อนชมรอบแสดงสด “The Voice 2018”
3 หนุ่ม 1 สาว “ทีมโค้ชก้อง” กับเส้นทาง “The Voice 2018” กว่าจะถึงรอบแสดงสด
ติดตามความเคลื่อนไหว TheVoice2018 และ ชมคลิปไฮไลท์