นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แถลงต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาว ถึงความคืบหน้าของแผนปฏิบัติการ “โอเปอเรชั่น วาร์ป สปีด” (Operation Warp Speed) ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนา ผลิต และแจกจ่ายวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสดังกล่าว จะพร้อมสำหรับการแจกจ่ายให้กับประชาชนทั้งประเทศ ได้เร็วที่สุด ภายในเดือนเมษายนปี 2021 และจะไม่กลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์อีก
ซึ่งสวนทางกับคำแนะนำของ ดร.ไมเคิล ออสเตอร์โฮล์ม ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดแห่งมหาวิทยาลัยมินนิโซตา ที่ปรึกษาโควิด-19 ของไบเดน ที่ระบุว่าสหรัฐฯ ควรล็อกดาวน์ 4 -6 สัปดาห์ เพื่อชะลอการแพร่ระบาด
โดยถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ มีขึ้นในขณะที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวยังวิกฤต หลังยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติทะลุ 184,000 คนเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ (13 พ.ย.63) และถือเป็นการทำลายสถิติ 4 วันติดต่อกัน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 10.7 ล้านคนแล้ว ส่วนยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่กว่า 2.4 แสนคน
ขณะเดียวกัน ก็มีสื่อต่างประเทศบางสำนักตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงหนึ่งของการแถลง ทรัมป์เกือบจะหลุดพูดยอมรับความพ่ายแพ้หรือไม่
“ถ้าเป็นไปได้ เราจะไม่ล็อกดาวน์ ผมจะไม่ทำเช่นนั้น รัฐบาลนี้จะไม่ล็อกดาวน์ ผมหวังว่า...เอ่อ...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน เวลาจะพิสูจน์เอง แต่ผมบอกคุณได้ว่า รัฐบาลนี้จะไม่ล็อกดาวน์” ทรัมป์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงปฏิเสธที่จะยอมรับความพ่ายแพ้และกล่าวหาว่ามีการโกงเลือกตั้ง แม้ว่าล่าสุด สื่อต่างชาติหลายสำนัก เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ว่า นายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต คว้าชัยชนะในรัฐจอร์เจีย ทำให้ไบเดนมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งเพิ่มเป็น 306 เสียง ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งเพิ่มจากรัฐนอร์ท แคโรไลนา รวมเป็น 232 เสียง ไม่ถึงเส้นชัย 270 เสียง ที่จะทำให้เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2
Photo : MANDEL NGAN / AFP