“เพื่อไทย” เสนอ 4 แนวคิด ล็อกดาวน์-คุมโรค ให้สมดุล
ประชาชนสับสน ปีใหม่กลับต่างจังหวัด ได้หรือไม่
เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่เป็นเทศกาลแห่งความสุขสำหรับใครหลายคนทั่วโลก เป็นช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนสังสรรค์หลังจากเหนื่อยยากมาตลอดปี เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวจะได้กลับมาพบปะและใช้เวลาร่วมกัน
แต่ในปี 2020 นี้ หลายประเทศกลับกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 จนทำให้ต้องมีมาตรการออกมารับมือ บ้างจำกัดการมีส่วนร่วม บ้างกำหนดเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตาม ขณะที่บางประเทศบางเมืองงดจัดงานเฉลิมฉลองโดยสิ้นเชิง
อังกฤษ
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหราชอาณาจักรกลับมาตึงเครียด โดยในเฉพาะในเมืองหลวงอย่างลอนดอน หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ต่อวันอยู่ที่กว่า 40,000 ราย ประกอบกับเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ B.1.1.7 เริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้ในบางส่วนของประเทศ ถูกสั่งห้ามจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี
นายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน เพิ่งประกาศยกระดับความรุนแรงของมาตรการควบคุมโควิด-19 เป็นไประดับ 4 ในบางพื้นที่ ซึ่งได้แก่กรุงลอนดอน และพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นจุดที่โควิด-19 พันธุ์กลาย B.1.1.7 แพร่ระบาดหนัก ทำให้ร้านค้าทั้งหมดยกเว้นร้านอาหารบางแห่งและร้ายขายยาต้องปิดทำการชั่วคราว รวมถึงมาตรการก่อนหน้านี้ที่จะอนุญาตให้ญาติพี่น้องรวมตัวกันได้ 3 ครัวเรือน ก็ต้องถูกยกเลิกตามไป
ขณะที่โชว์ดอกไม้ไฟที่จัดเป็นประจำทุกปีที่สวนวิกตอเรียเอ็มแบงก์เมนต์ (Victoria Embankment) ก็ต้องยกเลิกเช่นกัน โดยปกติโชว์ดังกล่าวมีผู้เดินทางมาชมมากกว่า 100,000 คนต่อปี
อังกฤษจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันที่ 30 ธ.ค. ว่าจะมีการปรับมาตรการให้ผู้คนได้เป็นอิสระขึ้นในช่วงปีใหม่หรือไม่ จอห์นสันบอกว่า “ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ผู้คนต้องยอมเสียคริสต์มาสนี้ไป เพื่อให้มีโอกาสปกป้องชีวิตของคนที่รักได้ดีขึ้น”
สหรัฐอเมริกา
สหรัฐฯ ไม่ได้ออกข้อจำกัดการเดินทางทั่วประเทศ โดยให้การตัดสินใจอยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละรัฐ แต่หน่วยงานของรัฐบาลกลางแนะนำไม่ให้เดินทางไปต่างประเทศในช่วงเทศกาลคริสต์มาส
การเคาต์ดาวน์ที่ไทม์สแควร์เป็นหนึ่งในอีเวนต์ปีใหม่ที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้อีเวนต์เคาต์ดาวน์ในปีนี้เปลี่ยนไปจัดแบบเสมือนจริงแทน โดยสามารถมีส่วนร่วมในการเฉลิมฉลองผ่านทางแอปพลิเคชัน
ทิม ทอมป์กินส์ (Tim Tompkins) ประธาน Times Square Alliance กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ในปีนี้ต้องมีการปรับเปลี่ยนใหม่ เราจะจัดโชว์เสมือนจริงจากไทม์สแควร์ส่งตรงไปยังผู้รับชมทางบ้านทุกคนให้ยังคงมีส่วนร่วมอยู่ ทั้งนี้ในวันสิ้นปี จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกั้นไทม์สแควร์ไม่ให้ใครเข้าไปในพื้นที่ยกเว้นผู้ที่จะจัดแสดง บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง”
ส่วนที่ลาสเวกัสจะงดจัดแสดงโชว์ดอกไม้ไฟ 80,000 นัดที่จัดมาเป็นประจำ เพราะเกรงว่าจะมีคนมารวมกลุ่มกันมากจนเกินไป โดยปกติจะมีผู้เดินทางชมความตระการตาของดอกไม้ไฟที่ลาสเวกัสในวันสิ้นปีกว่า 300,000 คน
อินเดีย
การเฉลิมฉลองปีใหม่ในอินเดียจะถูกจำกัดในหลายพื้นที่ แม้สถานการณ์โควิด-19 ในอินเดียจะไม่พบการแพร่ระบาดของโควิด-19 พันธุ์กลาย แต่รัฐบาลของหลายรัฐก็เตรียมใช้มาตรการห้ามให้มีการรวมกลุ่มในช่วงปลายปี
ที่รัฐมหาราษฏระได้ประกาศเคอร์ฟิวในเวลากลางคืนเป็นเวลา 7 ชั่วโมงทั่วทั้งรัฐตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคมถึง 5 มกราคม จะไม่มีการเฉลิมฉลองข้ามคืนในปีนี้ แต่จะอนุญาตให้มีการสวดภาวนาในโบสถ์ได้ จำกัดที่ไม่เกิน 200 คน
ส่วนรัฐทมิฬนาฑู สั่งห้ามไม่ให้มีการเฉลิมฉลองในร้านอาหาร คลับ ผับ รีสอร์ต ชายหาด ในวันที่ 31 ธันวาคมและ 1 มกราคม อย่างไรก็ตาม ไม่มีเคอร์ฟิวในรัฐทมิฬนาฑู ร้านอาหาร ผับ คลับ และรีสอร์ต จะเปิดทำการได้ แต่ต้องปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโควิด-19 ตามปกติ
ส่วนใหญ่รัฐในอินเดียจะสั่งห้ามการรวมกลุ่มสังสรรค์ในที่สาธารณะ ประกาศเคอร์ฟิว แต่ไม่ได้สั่งปิดสถานที่แต่อย่างใด
ออสเตรเลีย
ที่ซิดนีย์จะลดสเกลการจัดงานดอกไม้ไฟลง และยกเลิกการจัดคอนเสิร์ตส่งท้ายปี และจะจัดให้ประชาชนรับชมจากการถ่ายทอดที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่เมืองหลวงแคนเบอร์ราจะยกเลิกการแสดงดอกไม้ไฟและคอนเสิร์ตทั้งหมด และจะผ่อนมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมให้มีการเฉลิมฉลองได้ แต่เฉพาะร้านหรือพื้นที่ที่ลงทะเบียนไว้กับภาครัฐเท่านั้น
บราซิล
เทศกาลคริสต์มาสในบราซิลแทบจะไม่ต่างจากช่วงเวลาปกติ แม้ว่าจะเป้นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หนักที่สุด โดยรัฐบาลกลางไม่มีมาตรการหรือประกาศใด ๆ ออกมา
บางเมืองในบราซิล เช่น ริโอเดจาเนโร อนุญาตให้มีเพียงบริการที่จำเป็น เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายยา ที่ยังคงเปิดให้บริการได้ในช่วงคริสต์มาสและวันส่งท้ายปีเก่า
อย่างไรก็ตาม เซาเปาโล ริโอเดจาเนโร และซัลวาดอร์ ได้ประกาศยกเลิกงานแสดงดอกไม้ไฟในวันที่ 31 ธันวาคมเพื่อลดการรวมกลุ่มของประชาชน
อียิปต์
กระทรวงการท่องเที่ยวอียิปต์ ประกาศห้ามจัดงานทางวัฒนธรรม หรือการท่องเที่ยว หรืองานเฉลิมฉลองใด ๆ ในวันส่งท้ายปีเก่า โดยประชาชนต้องดำเนินจามมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวดเหมือนที่ผ่านมา
ด้านร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโรงแรม สามารถเปิดทำการได้ แต่หากไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 จะถูกลงโทษ ส่วนไนต์คลับจะต้องปิดทำการชั่วคราวต่อไป ทั้งนี้งดการรวมกลุ่มใด ๆ ก็ตามทั้งสิ้น
เนเธอร์แลนด์
เนเธอร์แลนด์ประกาศล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดเป็นเวลา 5 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมถึง 19 มกราคม ทำให้โรงเรียน ร้านค้าที่ไม่จำเป็น โรงภาพยนตร์ ร้านทำผม และโรงยิม ต้องปิดทำการ และแนะประชาชนให้งดจองการเดินทางที่ไม่จำเป็นในต่างประเทศจนถึงกลางเดือนมีนาคม
ข้อจำกัดจะคลี่คลายลงเล็กน้อยในช่วง 3 วันของเทศกาลคริสต์มาส โดยแต่ละบ้าน จะเชิญแขกมาฉลองร่วมกันได้ 3 คน ไม่นับรวมเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี
อิตาลี
นายกรัฐมนตรี จูเซปเป คอนเต ขอให้ประชาชนงดรวมกลุ่มในช่วงเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงงดการสัมผัสใกล้ชิดกอดจูบ
หลายภูมิภาคในอิตาลีอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์บางส่วน และมีการประกาศห้ามเดินทางระหว่างภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคมถึง 6 มกราคม
นอกเหนือจากการห้ามการเดินทางระหว่างภูมิภาคแล้ว ผู้คนจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากเมืองในวันคริสต์มาสจนถึงวันปีใหม่ จะมีข้อยกเว้นสำหรับงานที่จำเป็น เหตุผลทางการแพทย์ หรือเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีเคอร์ฟิวระหว่างเวลา 22:00-05:00 น.
ฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสเพิ่งยกเลิกล็อกดาวน์เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ยังคงมีมาตรการที่เข้มงวดเนื่องจากการติดเชื้อยังคงอยู่ในระดับสูง เช่น การกำหนดเคอร์ฟิวทั่วประเทศในเวลา 20:00-06:00 น. ซึ่งจะยกเลิกเฉพาะในวันคริสต์มาสอีฟ ส่วนในวันส่งท้ายปีเก่าจะยังคงมีเคอร์ฟิว ส่วนร้านอาหาร บาร์ และโรงภาพยนตร์ จะยังคงต้องปิดให้บริการ
เยอรมนี
เยอรมนีจะเข้าสู่การล็อกดาวน์เข้มข้นในช่วงคริสต์มาส เนื่องจากจำนวนผู้เสียชีวิตและอัตราการติดเชื้อจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ร้านค้าที่ไม่จำเป็นและโรงเรียนทั่วประเทศจะปิดทำการ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคมถึง 10 มกราคม สำหรับร้านค้าที่จำเป็น เช่น ร้านขายอาหาร จะยังคงเปิดอยู่เช่นเดียวกับธนาคาร ส่วนร้านค้าที่ขายต้นคริสต์มาสยังสามารถซื้อขายต่อได้
ปัจจุบันเยอรมนีอนุญาตให้มีคนไม่เกิน 5 คนจากไม่เกิน 2 ครัวเรือนรวมตัวกันในบ้านได้ แต่การจำกัดนี้จะผ่อนปรนในวันที่ 24-26 ธันวาคม โดยครัวเรือนหนึ่งสามารถเชิญแขกได้สูงสุด 4 คนจากครัวเรือนอื่น โดยเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีไม่รวมอยู่ในข้อจำกัดนี้ นอกจากนี้ การแสดงดอกไม้ไฟในช่วงปีใหม่จะถูกยกเลิก
สเปน
รัฐบาลสเปนออกมาตรการสำหรับช่วงระหว่างวันที่ 23 ธันวาคมถึง 6 มกราคม โดยอนุญาตให้มีการเดินทางระหว่างภูมิภาคเพื่อเยี่ยมเพื่อนและครอบครัว
การสังสรรค์ในวันคริสต์มาสอีฟวันคริสต์มาสวันส่งท้ายปีเก่าและวันปีใหม่จะจำกัด ไว้ที่ 10 คน นับรวมเด็กด้วย แต่จะขยายเคอร์ฟิวให้ถึง 01:30 น.
แอฟริกาใต้
แอฟริกาใต้กำหนดข้อจำกัดใหม่สำหรับเทศกาลคริสต์มาสท่ามกลางการติดเชื้อที่กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเชื้อโควิด-19 ที่กลายพันธุ์คล้ายกับที่พบในอังกฤษ
โดยข้อจำกัดดังกล่าวจะอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เฉพาะวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี และมีกำหนดเคอร์ฟิวในเวลากลางคืน สั่งปิดชายหาดในวันที่ 24-25 ธันวาคม และ 1 มกราคม
รัฐบาลร้องขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเฉลิมฉลองคริสต์มาสในสถานที่แออัด แต่ยังคงอนุญาตให้มีการรวมกลุ่มในที่ร่มได้ถึง 100 คน และในที่กลางแจ้งมากถึง 250 คน
เกาหลีใต้
เกาหลีใต้สั่งห้ามการพบปะสังสรรค์ส่วนตัวตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในสถานที่สาธารณะต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร และปิดบริการจุดท่องเที่ยวตั้งแต่ 24 ธันวาคมจนถึงวันที่ 3 มกราคมเป็นอย่างน้อย
เกาหลีใต้ยังสั่งปิดทำการชั่วคราว อุทยานแห่งชาติ สถานที่ท่องเที่ยวริมชายฝั่ง โบสถ์ และสถานที่เล่นสกีและสเกต
ไทย
สำหรับประเทศไทยเอง หลังเกิดกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เชื่องโยงกับจังหวัดสมุทรสาครก็ส่งผลให้ กทม. ขอความร่วมมือทุกสถานที่งดจัดกิจกรรมปีใหม่ ในส่วนของหน่วยงานกรุงเทพมหานครเอง งดจัดกิจกรรมปีใหม่ทั้งหมด แต่ถ้าจะจัดต้องขออนุญาตมายังสำนักอนามัย กทม. พร้อมแผนควบคุมโรค
ขณะที่ สำนักพระพุทธศาสนา ได้มติยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และงดการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ตามมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ
ทั้งนี้ ประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจนมากนักในเรื่องของมาตรการช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ ต้องติดตามกันต่อไปว่า ในเร็ววันนี้ จะมีมาตรการใดออกมาหรือไม่
เรียบเรียงจาก ABC / AP / BBC / Sky News
ภาพจาก AFP / Shutterstock