รอน เคลน ว่าที่หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวของ โจ ไบเดน เปิดเผยว่า ในช่วง 10 วันแรกของการดำรงตำแหน่ง ไบเดนจะลงนามคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหาร เพื่อแก้ไข 4 วิกฤตหลักของประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้นโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แก่ การรับมือโควิด-19 ปัญหาเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติ
โดยคาดว่าคำสั่งที่จะมีการลงนามเป็นอันดับแรก คือ ยกเลิกคำสั่งทรัมป์ที่ห้ามคนจากประเทศมุสลิมเข้าสหรัฐฯ นำสหรัฐฯ กลับเข้าร่วมข้อตกลงโลกร้อนปารีส และออกคำสั่งให้ชาวอเมริกันทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยในอาคารของรัฐบาลกลาง และในการเดินทางระหว่างรัฐ
สำหรับคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี (Executive Order) คือ คำสั่งที่ออกโดยประธานาธิบดี ถึงหน่วยงานรัฐบาลกลางโดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส มักใช้ในภาวะสงคราม หรือเพื่อแก้ไขวิกฤตในประเทศเป็นเร่งด่วน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใน 50 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตันดีซี ได้ยกระดับเฝ้าระวังความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ และกลุ่มผู้ไม่หวังดี ก่อความรุนแรง เริ่มตั้งแต่ในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้สนับสนุนทรัมป์และเครือข่ายออนไลน์ขวาจัดบางส่วนออกมาชุมนุมประท้วง
ก่อนหน้านี้ ตำรวจยังยืนยันการจับกุมชายชาวอเมริกันจากรัฐเวอร์จิเนีย พร้อมอาวุธปืน 2 กระบอกและกระสุนที่ไม่ได้ลงทะเบียนอีก 509 นัด ขณะพยายามผ่านจุดตรวจของรัฐ แต่ทางครอบครัวชี้แจงว่า ชายคนดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไม่ได้มีแผนก่อเหตุร้ายแต่อย่างใด
ทั้งนี้การไปรษณีย์สหรัฐฯ ดำเนินการรื้อถอนตู้จดหมายในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ รวมถึงระงับบริการส่งจดหมายและพัสดุในบางพื้นที่เป็นการชั่วคราว เพื่อปกป้องทรัพย์สินและพนักงานไปรษณีย์ รวมถึงสกัดเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน ตลอดช่วงสัปดาห์หน้า เช่นเดียวกับเฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยม ที่ประกาศแบนโฆษณาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาวุธ และอุปกรณ์ป้องกันตัว ในสหรัฐฯ โดยให้เริ่มมีผลบังคับใช้ทันที จนถึงวันที่ 22 ม.ค. หรือหลังเสร็จสิ้นพิธีสาบานตนแล้ว 2 วัน
Photo : JIM WATSON / AFP