ความเคลื่อนไหวล่าสุดต่อประเด็นการประท้วงในประเทศเกิดขึ้นระหว่างที่วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียพูดคุยกับตัวแทนนักเรียนจากเมืองซาวีโดโดว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผ่านระบบออนไลน์
ในการพูดคุยนักเรียนบางคนถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงประเด็นพระราชวังหรูหราที่ตั้งอยู่บริเวณทะเลดำ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนที่สังคมรัสเซียให้ความสนใจ
ประธานาธิบดีรัสเซียปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่เจ้าของสถานที่แห่งนั้น และไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะดูวิดีโอดังกล่าวเสียด้วยซ้ำ
วีดีโอนี้ชื่อว่า “Putin's palace. History of world's largest bribe” หรือ พระราชวังของปูติน การฉ้อโกงที่ใหญ่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก เผยแพร่โดยอเล็กซี นาวัลนี ฝ่ายค้านคนสำคัญของรัสเซียที่มักชอบเปิดโปงความไม่โปร่งใสของประธานาธิบดีปูติน
นาวัลนีเคยถูกวางยาเมื่อหลายเดือนก่อน โดยคนวางยาใช้โนวิชอก สารพิษกลุ่มทำลายประสาทที่คิดค้นโดยสหภาพโซเวียต โดยปกติแล้วสารนี้นำไปใช้ทำอาวุธเคมี เขาเกือบเสียชีวิตก่อนถูกส่งตัวไปรักษาที่เยอรมนีกลับมารัสเซียเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมาและถูกจับตัวที่สนามบินทันที หลังถูกจับตัว ทีมงานของเขาปล่อยคลิปนี้ผ่านทางยูทูป
เนื้อหามีความยาวถึงหนึ่งชั่วโมง 52 นาที แฉกระบวนการคอร์รัปชันและติดสินบนของปูติน ตลอดจนทรัพย์สินส่วนตัวอันหรูหรา
หนึ่งในไฮไลท์คือพระราชวังที่ตั้งอยู่บริเวณทะเลดำ ซึ่งคาดกันว่าใช้เงินไปราว 40,000 ล้านบาท
ภายในมีความบันเทิงครบรูปแบบ ตั้งแต่คาสิโน ไปจนถึงบาร์นักแสดงเต้นรูดเสา มีลานไอซ์สเก็ต ไร่องุ่น และจากแผนผังมีแปลน อควาเรียม ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างด้วย
โดยนาวัลนี ระบุว่า พระราชวังแห่งนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญของการคอร์รัปชันและติดสินบนมากมาย ในช่วงเวลาที่ปูตินอยู่ในตำแหน่ง
พอวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา คนรัสเซียที่ไม่พอใจจึงนัดกันรวมตัวประท้วง ปรากฏเป็นภาพการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุมในหลายเมือง
ในกลุ่มผู้ประท้วงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว แต่ชาวรัสเซียวัยกลางคนก็ยังมีให้เห็น ซึ่งพวกเขาระบุว่าเหนื่อยหน่ายกับการเห็นปูตินอยู่ในอำนาจ
อย่างไรก็ตามปูตินออกมาระบุว่า ผู้ประท้วงเหล่านี้เป็นพวกก่อการร้าย เนื่องจากทำผอดกฎหมายและจงใจก่อความไม่สงบ รวมถึงยังเตือนให้เด็กนักเรียนที่เขาพูดคุยด้วยผ่านทางไกลว่า อย่าไปชุมนุมกับบรรดาผู้สนับสนุนอเล็กซี นาวัลนีเหล่านี้
มีประเด็นที่ปูตินไม่ได้พูดถึงคือการที่ตำรวจรัสเซียใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วง และจับกุมผู้คนไปจำนวนมากมาย
ประเด็นนี้นานาชาติกำลังกังวล และอาจพิจารณาคว่ำบาตรรัสเซีย โทษฐานละเมิดสิทธิมนุษยชน
ภาพจากโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นวิธีที่ตำรวจจัดการกับผู้ชุมนุม หลายคนถูกกระบองฟาดจนเลือดอาบ ก่อนจะกดตัวลงกับพื้นและอุ้มขึ้นรถไป ซึ่งในการชุมนุมช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ประท้วงถูกจับกุมมากกว่า 3,000 คน
เมื่อวานนี้ (25 ม.ค.)มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออกมาประณามการใช้ความรุนแรง ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โจเซฟ บอร์เรล ฟอนเทลส์ ผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศของสหภาพยุโรปออกมาแถลงว่าเตรียมที่จะเดินทางไปยังกรุงมอสโกในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ หรือราวสัปดาห์หน้า
โจเซฟระบุว่า การเดินทางยังกรุงมอสโกครั้งนี้มีขึ้นเพื่อส่งสาสน์จากสหภาพยุโรปไปยังรัฐบาลเครมลินต่อประเด็นการจับกุมตัวอเล็กซี นาวัลนี และการปราบปรามผู้ประท้วงด้วยความรุนแรง
โดยระหว่างนี้ โจเซฟกำลังหารือกับผู้แทนของสหภาพยุโรปในหลายประเด็น ซึ่งนอกจากประเด็นรัสเซียแล้ว การที่สหรัฐฯ มีผู้นำคนใหม่เป็นโจ ไบเดน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวาระใหญ่ที่ต้องหารือเช่นกัน
ด้านสหภาพยุโรปว่าอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น?
เมื่อวานนี้มีรายงานว่าทางสหภาพยุโรปเองกำลังพิจารณาที่จะคว่ำบาตรรัสเซียต่อประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น
โดยหนึ่งในหัวหอกคนสำคัญคือ กาบริลิอุส แลนด์เบอร์กิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนีย ชี้ว่า สหภาพยุโรปควรแสดงออกชัดเจนว่าสิ่งที่รัสเซียทำนั้นเป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้
รายงานระบุว่า ขณะนี้นาวัลนียังคงถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำมัตโรสกา ทริชินา เรือนจำกลางของกรุงมอสโก ซึ่งตามกฎหมายแล้วนาวัลนีสามารถถูกคุมขังได้นานถึง 30 วัน ระหว่างรอการพิจารณาคดี