กลุ่มหลากหลายทางเพศ ร่วมชุมนุม จี้ บิ๊กตู่ให้ลาออก
ชายชาวมาเลเซียคนหนึ่งถูกจับกุมฐานพยายามมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน โดยศาลตัดสินให้ชนะคดีทางศาสนา ซึ่งห้ามมีเพศสัมพันธ์กับเพศอื่นนอกจากผู้หญิงตามความเชื่อของศาสนาอิสลามที่ “ขัดต่อระเบียบของธรรมชาติ” ทำให้เกิดความหวังเรื่องการยอมรับสิทธิของ LGBTQ+ มากขึ้นในประเทศมุสลิม
ในการตัดสินคดีเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ศาลมาเลเซียได้ตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า บทบัญญัติอิสลามที่ใช้กับชายคนนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจในการออกกฎหมายข้ามหัวรัฐธรรมนูญ
ชายมุสลิมวัย 30 ปีรายนี้ซึ่งทนายความของเขาขอปกปิดชื่อ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลหลังจากที่เขาถูกจับในรัฐสลังงอร์เมื่อปี 2018 เนื่องจากพยายามมีเพศสัมพันธ์กับเกย์
การมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายในมาเลเซีย ประเทศซึ่งมี 13 รัฐมีระบบกฎหมายแบบ Dual-Track โดยมีกฎหมายอาญาอิสลาม และกฎหมายครอบครัว ที่บังคับใช้กับชาวมุสลิมควบคู่ไปกับระบบกฎกมายทั่วไป
กลุ่มผู้สนับสนุน LGBTQ+ กล่าวว่า กฎหมายอิสลามถูกนำมาใช้มากขึ้นโดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่ม LGBTQ+ ของประเทศ ที่ผ่านมามีอัตราการจับกุมและลงโทษเพิ่มขึ้น ตั้งแต่การเฆี่ยนตีไปจนถึงการจำคุก
นูมาน อะฟีฟี ผู้ก่อตั้งกลุ่มเรียกร้องสิทธิ LGBTQ+ “Pelangi Campaign” กล่าวว่า “นี่คือประวัติศาสตร์ นี่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับ LGBTQ+ ในมาเลเซีย”
นูมานหวังว่า หลังจากนี้ รัฐสลังงอร์จะยกเลิกข้อห้ามทางศาสนาอิสลามในทันที โดยมีรัฐอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงด้วย
กระนั้น ชายชาวมาเลเซียรายนี้อาจพ้นโทษทางศาสนา แต่ยังคงมีโอกาสถูกจำคุกสูงสุด 20 ปีภายใต้มาตรา 377 กฎหมายในยุคอาณานิคมอังกฤษที่ห้ามมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน
“เราต้องการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีโดยไม่ต้องกลัวการฟ้องร้อง แน่นอนว่ามาตรา 377 ยังคงอยู่ แต่นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด นี่เป็นการเริ่มต้น” นูมานกล่าว
มาเลเซียเป็นประเทศที่มีประชากร 32 ล้านคน ซึ่ง 60% ของประชากรนับถือศาสนาอิสลาม และมี LGBTQ+ จำนวนมากไม่กล้าเปิดเผยเพศวิถีของตนเองด้วยความเกรงกลัวต่อกฎหมาย
ชายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เป็นหนึ่งในชาย 11 คนที่ถูกจับกุมในข้อหาพยายามมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันในระหว่างการบุกจับกุมที่บ้านพักส่วนตัว
5 คนในกลุ่มสารภาพผิดและถูกตัดสินจำคุกในปี 2019 รวมทั้งถูกปรับ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนที่กล่าวว่า มาเลเซียกำลังสร้างสภาพแวดล้อมแห่งความหวาดกลัวให้กับ LGBTQ+
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก Shutterstock