เชื่อผู้นำชาติพบภัย ถ้าเป็น “จาอีร์ บอลโซนาโร”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สถานการณ์โควิด-19 ในหลายประเทศกลับมารุนแรงอีกครั้ง โดยมีสาเหตุหลักมาจากไวรัสกลายพันธุ์ที่ขณะนี้กำลังเล่นงานคนรุ่นใหม่ในอินเดียและบราซิล ดังภาษิตโบราณ “ยามมีข้าวน้ำ ต้องการผู้เป็นที่รัก ยามเกิดปัญหา ต้องการบัณฑิต” ทว่าในบราซิล แทนที่จะมีบัณฑิต กลับมีจาอีร์ บอลโซนาโร ผู้นำประเทศที่ไม่เชื่อในวิทยาศาสตร์และไม่เชื่อในมาตรการสาธารณสุข วิสัยทัศน์และวีรกรรมมากมายของเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บราซิลกลายมาเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อสะสมสูงที่สุดในโลก

สำหรับชาวบราซิล ชื่อของ จาอีร์ บอลโซนาโร กำลังจะกลายเป็นตำนานไม่ใช่ในฐานะผู้กอบกู้ชาติจากวิกฤตโควิด-19 หากตรงกันข้าม เพราะจวบจนวันนี้บอลโซนาโรยังคงมีจุดยืนอันแน่วแน่วต่อไวรัส คือไม่ยี่หระ แม้จะมีประชาชนล้มตายไปมากมาย ทั้งยังเพิกเฉย ไปจนถึงต่อต้านนโยบายสาธารณสุข

จาอีร์ บอลโซนาโร มีฉายาว่า “Tropical Trump” สมญานามจากแนวคิดขวาจัดและอุปนิสัยขวางโลกแบบเดียวกับอดีตผู้นำสหรัฐฯ คนที่ 45 เขาเพิ่งจะเข้าดำรงตำแหน่งเมื่อมกราคม ปี 2019 และพร้อมๆ กับที่เวลาในสมัยแรกค่อยๆ หมดไป ศรัทธาของผู้คนก็ค่อยๆ หมดลงเช่นกัน

มันเริ่มตั้งแต่ช่วงต้นของการระบาด ในขณะที่ผู้นำประเทศอื่นตื่นตัวกับการมาถึงของไวรัส แต่ประธานาธิบดีบราซิลกลับบอกว่า โควิด-19 ก็เหมือนกับไข้หวัด ทั้งยังพยายามตอกย้ำความเชื่อนี้ด้วยการพบปะประชาชนแบบใกล้ชิด โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย

นโยบายปิดเมืองถูกค้านหัวชนฝา บอลโซนาโร เน้นย้ำว่า เหตุผลที่ไม่ต้องการปิดเมืองก็เพราะไม่อยากให้ประเทศเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ พร้อมเรียกร้องให้ผู้คนออกมาใช้ชีวิตตามปกติ

ภาพที่ปรากฏจึงเป็นบอลโซนาโรในอริยาบถสบายๆ ออกมาพบปะกับผู้สนับสนุน เมื่อผู้นำมั่นใจแบบนี้ ย่อมมีคนทำตาม ผลคือ บราซิลเผชิญกับแรงเสียดทานระหว่างกลุ่มที่เชื่อในอันตรายของไวรัสโควิด กับอีกกลุ่มที่ไม่เชื่อว่าโควิดนั้นร้ายกาจดังที่สื่อนำเสนอ และคนกลุ่มหลังนี้เองที่มีส่วนให้ไวรัสแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง เพราะพวกเขาออกจากบ้านโดยไม่สวมหน้ากากและไม่คำนึงถึงระยะห่างทางสังคม

นอกเหนือจากจะทำให้สังคมวุ่นวาย ทัศนคติของบอลโซนาโรเองยังส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทำงานยากกว่าเคย

นี่คือถ้อยแถลงจากเนลสัน เทอิช ที่ประกาศลาออกหลังเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุขได้เพียงสัปดาห์เดียว เนื่องจากขัดแย้งกับผู้นำที่ต้องการเปิดร้านเสริมสวยเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกครั้ง ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2020 ซึ่งขณะนั้นบราซิลยังเผชิญกับโควิดแค่ระลอกแรก

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้าเนลสัน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอีกคนที่ทำงานร่วมกับเขาก็ถูกปลดกลางอากาศมาแล้ว จากนโยบายที่สวนทางกับจุดยืนของผู้นำ

นับตั้งแต่เกิดการระบาดมาจนถึงวันนี้ บอลโซนา โรเปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว 3 คนในปีเดียว ปัจจุบันคนที่ดำรงตำแหน่งอยู่คือคนที่ 4 เพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา

พฤติกรรมของเขาส่งผลให้ศาลสูงบราซิลต้องออกคำสั่งให้บอลโซนาโรสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ ส่วนในภาคประชาชนเองทุกครั้งที่บอลโซนาโร ออกแถลงการณ์ ชาวบ้านจะเคาะหม้อไหกะละมังประท้วงกันทั่วเมือง

7 กรกฎาคม ปี 2020 มีข่าวร้ายที่หลายคนดีใจ เมื่อประธานาธิบดีออกมาประกาศว่าตนติดเชื้อโควิด-19 แม้ติดไวรัสแต่จุดยืนของผู้นำยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขาสร้างความประหลาดใจเมื่อจู่ๆ ระหว่างการสัมภาษณ์ บอลโซนาโรก็ถอดหน้ากากอนามัยออก และบอกว่าตนสบายดี

เรียกได้ว่าการติดเชื้อเป็นการโฆษณาแนวคิดที่เขาเคยกล่าวไว้ว่าไวรัสโควิด-19 เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา

การถอดหน้ากากต่อหน้าคนเยอะๆ แม้รู้ตัวว่าติดเชื้อสะท้อนตัวตนทุกอย่างของบอลโซนาโร และสำหรับสื่อบราซิลนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาเสี่ยงจะป่วยจากผู้นำประเทศ

หากตัดประเด็นผู้นำออกไป เดิมบราซิลนั้นเป็นประเทศที่มีสถานะสุ่มเสี่ยงต่อการระบาดรุนแรงอยู่แล้ว จากจำนวนเตียงพยาบาลที่น้อย ประกอบกับปัญหาความแออัดในชุมชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงระบบสาธารณสุข กระนั้นวิกฤตที่กำลังย่ำแย่ในบราซิลก็เรียกได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากวิสัยทัศน์ของผู้นำ

ปัจจุบันบราซิลคือประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดอันดับ 3 แต่มียอดผู้เสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับ 2 เนื่องจากระบบสาธารณสุขของบราซิลกำลังรับมือไม่ไหว

สาเหตุมาจากโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์ P.1 ที่ระบาดในคนหนุ่มสาวมากขึ้น ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรายวันพุ่งเป็น 3,000 ราย

เมื่อพูดถึงความตายของชาวบราซิลจำนวนมาก บอลโซนาโร กลับกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านว่า ใครๆ ก็ต้องตาย

373,000 คนคือจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิดในบราซิล และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจไม่มากเท่านี้ถ้าผู้นำประเทศไม่ทำตัวให้เป็นอุปสรรค

ขณะนี้จาอีร์ บอลโซนาโรกำลังจะเผชิญกับการสอบสวนหลังที่ผ่านมาตัวเขาถูกตำหนิจากหน่วยงานแพทย์ และมีประชาชนออกมาประท้วงมากมาย

ข้อหาหลักคือการเพิกเฉยต่อไวรัสและเป็นอุปสรรคต่อมาตรการทางสาธารณสุข ซึ่งได้ส่งผลให้บราซิลกลายมาเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดของโลก

โควิด-19 เปิดเปลือยตัวตนของใครหลายคน โดยเฉพาะบรรดาผู้นำประเทศ และสำหรับชาวบราซิลการมาถึงของไวรัสช่วยให้พวกเขาตาสว่าง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ