แม้หลายรัฐในสหรัฐฯ จะผุดโครงการสร้างแรงจูงใจให้ประชากรฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่แจกลอตเตอรี่ลุ้นโชค แจกทุนการศึกษา แต่ก็ยังไม่วาย มีชาวอเมริกันอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่เข้ารับการฉีดวัคซีน จนสหรัฐฯ มีวัคซีนโควิด-19 คงค้างในสต็อกหลายสิบล้านโดส
ปัจจุบัน สหรัฐฯ ฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว 289 ล้านโดส ครอบคลุมประชากร 166 ล้านคน หรือราว 50% ของประชากรทั้งประเทศ
เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ บอกว่า ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ มีวัคซีนโควิด-19 มากถึง 53 ล้านโดสที่ยังคงรอให้มีการเบิกไปใช้โดยรัฐต่าง ๆ วัคซีนจำนวนนี้หากฉีดให้ประชากรคนละ 1 โดส จะเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนของสหรัฐฯ ได้อีกกว่า 16% ก็จะเข้าใกล้เป้าหมายการฉีดวัคซีนของ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งประกาศไว้ว่าจะฉีดให้ได้ 70% ภายในวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งตรงกับวันชาติ
วัคซีนโควิด-19 จำนวน 53 ล้านโดสนี้ของรัฐบาลกลางนั้น ยังไม่รวมวัคซีนที่กระขายไปตามรัฐต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วเพื่อรอการฉีดแต่กลับไม่มีคนมาฉีด โดยฉพาะในรัฐไวโอมิง ไอดาโฮ มิสซิสซิปปี ลุยเซียนา และแอละแบมา ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่ำที่สุดในสหรัฐฯ
จำนวนวัคซีน “เหลือ” ของสหรัฐฯ นี้ เกิดขึ้นในขณะที่ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกยังคงรอคอยวัคซีนโควิด-19 ปัจจุบันมีวัคซีนเพียง 0.3% ของการจัดหาทั้งหมดเท่านั้นที่ไปถึงมือประเทศที่มีรายได้ต่ำ
อาซา ฮัทชินสัน ผู้ว่าการรัฐอาร์คันซอกล่าวว่า “ขณะนี้เรามีวัคซีนเหลือที่สามารถแบ่งปันกันได้ เรากังวลว่ามันจะหมดอายุ”
ฝ่ายบริหารของไบเดนยืนยันว่า วัคซีนโควิด-19 ที่สูญเปล่าในสหรัฐฯ นั้นต่ำมาก และวัคซีนในสต็อกส่วนใหญ่ยังไม่มีความเสี่ยงที่จะหมดอายุ แต่ปัญหาวัคซีนล้นกำลังเป็นปัญหาใหม่สำหรับทำเนียบขาว ปัจจุบันอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่อวันของสหรัฐฯ ลดลงมาอยู่ที่ราว 1.7 ล้านโดสต่อวันเท่านั้น
เมื่อถามเกี่ยวกับวัคซีนส่วนเกิน แอนดี สลาวิตต์ ที่ปรึกษาระดับสูงของประธานาธิบดีเกี่ยวกับการรีบมือโควิด-19 ของรัฐบาลกลาง กล่าวว่า ฝ่ายบริหารกำลังดำเนินการเพื่อ “จัดหาวัคซีนให้รัดกุมยิ่งขึ้น”
แต่เขาบอกว่า เป้าหมายหลักในตอนนี้ ยังคงอยู่ที่การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชาวอเมริกันทุกคน โดยใช้คลินิกเคลื่อนที่ และเน้นฉีดวัคซีนให้คนที่ห้างสรรพสินค้าและโรงเรียน
นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังต้องการวัคซีนจำนวนมากในอนาคตในกรณีที่ต้องมี “บูสเตอร์” หาเพิ่มเผื่อกรณีที่ในอนาคตวัคซีนปลอดภัยพอสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีในสหรัฐฯ
“ความหวังที่ยิ่งใหญ่ของเราคือ ผู้คนในประเทศฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่เราจัดหามาครบทั้งหมด นี่คือหนทางในการมีสุขภาพที่ดีขึ้นและกลับสู่ภาวะปกติ” สลาวิตต์กล่าว
ด้านผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ออกมาบอกว่า “โลกกำลังหายนะทางศีลธรรม” และเรียกร้องให้ประเทศที่ร่ำรวย บริจาควัคซีนให้ประเทศอื่น แทนการฉีดวัคซีนให้เด็กและวัยรุ่นที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ
เรียบเรียงจาก ABC News