กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามรายงานยอดผู้ติดเชื้อใหม่ 1,953 คน พุ่งทำสถิติรายวันครั้งใหม่ และยังถือเป็นวันที่ 7 ติดต่อกันแล้ว ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อของเวียดนามแตะระดับ 1 พันคน โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ยังอยู่ในนครโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของประเทศ
ขณะที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรการจำกัดการเคลื่อนไหวในนครเกิ่นเทอ (Can Tho) ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ในเขตที่ราบปากแม่น้ำโขง มีประชากร 1 ล้าน 2 แสน 3 หมื่นคน โดยให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (12 ก.ค.) ต่อเนื่องไป 14 วัน
ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เวียดนามเริ่มใช้มาตรการคุมเข้มและล็อกดาวน์ตามเมืองใหญ่ต่างๆ อย่างนครโฮจิมินห์ และกรุงฮานอย
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย เปิดเผยผ่านบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า วัคซีนโมเดอร์นาพร้อมใช้งานจำนวน 3 ล้านโดส ที่รัฐบาลสหรัฐฯ มอบให้ เดินทางมาถึงอินโดนีเซียแล้วเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ สำหรับวัคซีนส่วนนี้ รัฐบาลมีแผนจะนำไปฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันเป็นเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนของซิโนแวคไปแล้ว
แต่ระหว่างเดือน ก.พ. - มิ.ย. กลับมีรายงานบุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดซิโนแวคครบโดส ติดเชื้อโควิด-19 และเสียชีวิตไปแล้วกว่า 20 คน ทางการจึงหวังว่าวัคซีนกระตุ้มเข็ม 3 จะช่วยปกป้องเจ้าหน้าที่ด่านหน้าเหล่านี้ และเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านเชื้อสายพันธุ์เดลตา ที่กำลังระบาดหนักในประเทศ
นับจนถึงปัจจุบัน อินโดนีเซียได้รับวัคซีนโควิดแล้วมากกว่า 122 ล้านโดส ทั้งของซิโนแวค ซิโนฟาร์ม แอสตร้าเซนเนก้า และโมเดอร์นา โดยมีทั้งส่วนที่่เป็นวัคซีนพร้อมใช้งานและวัตถุดิบสำหรับผลิตวัคซีน
ส่วนที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันนี้ (12 ก.ค.) เป็นวันแรกที่คำสั่งประกาศภาวะฉุกเฉินรอบที่ 4 เริ่มมีผลบังคับใช้ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 22 ส.ค. ซึ่งจะครอบคลุมช่วงที่กรุงโตเกียวเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก และอาจทำให้บรรยากาศการแข่งขันกีฬาในพื้นที่เป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากคณะกรรมการจัดงานไม่อนุญาตให้มีผู้ชมในสนาม
ขณะที่บาร์ ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้า จะต้องปิดหรือลดเวลาทำการ และห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งรัฐบาลมีแผนจะอัดฉีดเงินเยียวยาให้ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ
ส่วนพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ก็เริ่มบังคับใช้มาตรการคุมเข้ม เพื่อควบคุมโรคระบาดแล้วเช่นกัน ท่ามกลางการระบาดของเชื้อสายพันธุ์เดลตา