ไทยไม่ใช่ที่แรก รวมเคส “ติดโควิด-19 พร้อมกัน 2 สายพันธุ์” จากทั่วโลก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รวมข้อมูลเกี่ยวกับการติดโควิด-19 พร้อมกัน 2 สายพันธุ์ที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมด

จากกรณีเมื่อวันที่ 12 มี.ค. นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในแคมป์ก่อสร้างของ กทม. พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มี 2 สายพันธุ์ในคน ๆ เดียวจำนวน 7 รายจากทั้งหมด 200 ราย เรียกว่าเป็น “การติดเชื้อผสม (Mixed Infection)” อาจนำไปสู่การเกิดเป็นสายพันธุ์ลูกผสม (Hybrid) และอาจเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ (New Variant) ขึ้นมาได้

รวมข้อมูลโควิด-19 สายพันธุ์ “แลมบ์ดา” อันตรายกว่า “เดลตา” จริงหรือ?

โดยจากการตรวจรหัสพันธุกรรม พบว่า ทั้ง 7 รายเข้ารหัสได้ทั้งอัลฟา (อังกฤษ) และเดลตา (อินเดีย) แต่เบื้องต้นทุกคนยังแข็งแรงสบายดี ยังไม่พบว่ามีอาการรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์เดี่ยว ๆ แต่ยังคงต้องจับตาดูต่อไป

การติดเชื้อผสมนี้ไม่ได้เกิดที่ประเทศไทยเป็นที่แรก ก่อนหน้านี้ในบางประเทศก็มีรายงานพบการติดเชื้อโควิด-19 ในลักษณะที่มีเชื้ออย่างน้อย 2 สายพันธุ์ในคน ๆ เดียวมาแล้ว

บราซิล

เมื่อเดือน ม.ค. 2021 นักวิทยาศาสตร์ในบราซิลรายงานว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 2 รายติดเชื้อ 2 สายพันธุ์พร้อมกัน ตัวหนึ่งเป็นสายพันธุ์แกมมา (บราซิล) อีกสายพันธุ์อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เป็นสายพันธุ์ที่พบในรัฐริโอกรันดีดูซูล

รายงานขอบราซิลที่พบผู้ติดเชื้อ 2 สายพันธุ์พร้อมกันนั้นพบในหญิงวัยราว 30 ปีทั้งสองราย ขณะนั้นมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และไม่ได้ป่วยหนักหรือต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

แต่การศึกษาโดยละเอียดเกี่ยวกับการติดเชื้อโควิด-19 แบบผสมดังกล่าวในบราซิลยังไม่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ และไม่พบรายงานว่า ผู้ติดเชื้อ 2 รายดังกล่าวนั้น ปัจจุบันเป็นอย่างไรแล้ว

เบลเยียม

ส่วนที่เบลเยียมเมื่อเดือน มี.ค. 2021 เคยมีเหตุหญิงชราวัย 90 ปีซึ่งยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน เสียชีวิตจากการติดชเอโควิด-19 แบบผสม โดยพบว่าเธอติดเชื้อสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) และเบตา (แอฟริกาใต้) พร้อมกัน

เอกสารที่ยื่นต่อสภาจุลชีววิทยาคลินิกและโรคติดเชื้อแห่งยุโรป (ECCMID) ระบุว่า หญิงชรารายนี้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในเมืองอาลสต์ช่วงต้นเดือน มี.ค. เธอมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก และจากนั้นก็เริ่มมีอาการในระบบทางเดินหายใจที่แย่ลงอย่างรวดเร็ว เธอเสียชีวิต 5 วันต่อมา ลำดับจีโนมของตัวอย่างที่เก็บจากหญิงชรารายนี้ยืนยัน ว่าเธอติดเชื้อโควิด-19 ทั้ง 2 สายพันธุ์

ยังไม่มีใครทราบว่า หญิงชราที่อาศัยอยู่ตามลำพัง มีเพียงเจ้าหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุเข้ามาดูแลที่บ้านเป็นครั้งคราว ไปติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างไรและเมื่อใด

การติดเชื้อผสมไม่ใช่เรื่องใหม่

การติดเชื้อผสมไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเคยมีรายงานพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่าง ๆ พร้อมกันมาแล้ว ซึ่งมีลักษณะของการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่พร้อมกัน 2 ชนิด เช่น ผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A พร้อมกับสายพันธุ์ H1N1

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่คล้ายกันคือ “การติดเชื้อร่วม (Co-Infection)” หรือภาวะเมื่อมีเชื้ออย่างน้อย 2 ชนิดที่ทำให้เกิดโรคต่างกันในร่างกายของคุณ มีหลักฐานเคยพบผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ในเวลาเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น การศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือน เม.ย. 2020 ในวารสาร JAMA พบว่า มากกว่า 1 ใน 4 ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 มักติดเชื้อร่วมกับไวรัสระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่น ไรโนไวรัส เอนเทอโรไวรัส ไวรัส RSV และไวรัสโคโรนาชนิดอื่น ๆ

หรือแม้แต่การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออกก็เลยปรากฏมาแล้วเช่นกัน เพียงแต่ในประเด็นความรุนแรงของโรคนั้นเบื้องต้นไม่พบว่าการติดโควิด-19 ผสมกับเชื้อไวรัสโรคอื่นรวมถึงเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อื่นมีความรุนแรงกว่าการติดโควิด-19 เพียงตัวเดียว แต่ทั้งนี้ก็ยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

อย่างไรก็ดี การค้นพบการติดเชื้อผสมของโควิด-19 มากกว่า 1 สายพันธุ์ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความซับซ้อนของโควิด-19 เพราะจากผลการศึกษาเบื้องต้นที่มีการเปิดเผยพบว่า “การติดเชื้อผสม” ทำให้เกิดความเป็นไปได้ใหม่ที่จะมีการรวมตัวกันของจีโนมของโควิด-19 สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถก่อเกิดเป็นโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ได้

และหากเกิดโควิด-19 พันธุ์ใหม่ที่ร้ายกาจกว่าเดิมขึ้นมา สงครามที่ยืดเยื้อนี้ ก็คงจะยืดเยื้อออกไปอีกอย่างคาดเดาไม่ได้เลยทีเดียว

เรียบเรียงจาก CNBC / Forbes / Reuters

ภาพจาก Shutterstock

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ