เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) แถลงต่อสภาคองเกรสว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ที่แพร่เชื้อได้สูง ตอนนี้มีสัดส่วนการติดเชื้อคิดเป็น 83% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมดในสหรัฐฯ แล้ว
โดยอัตราการระบาดของสายพันธุ์เดลตาในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นสูงตั้งแต่เดือน มิ.ย. โดยต้นเดือน มิ.ย. มีสายพันธุ์เดลตาระบาดอยู่ราว 10% ช่วงกลางเดือนเพิ่มขึ้นมาเป็นราว 30% ต้นเดือนเพิ่มขึ้นมาอีกเป็น 60% และเพิ่มเป็น 83% ในที่สุด
"โควิด-19 เดลตา" รุกคืบเอเชีย สัดส่วนการระบาดเกินครึ่งในหลายเมือง
เท่ากับว่า ในระยะเวลาราว 2 เดือนนี้ สัดส่วนสายพันธุ์โควิด-19 ที่ระบาดอยู่ในสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) ที่เคยมีสัดส่วนการระบาด 66% ลดลงเหลือ 21% ในช่วงเวลาดังกล่าว
การระบาดของสายพันธุ์เดลตาในสหรัฐฯ คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยอัตราพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จากวันละ 15,000 รายเป็นวันละกว่า 30,000 ราย และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันละ 60,000 รายในวันที่ 20 ก.ค. ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตต่อวันเพิ่มขึ้นราว 48% ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 240 รายต่อวัน
CDC รายงานว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่รวมถึงผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตามักเป็นผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของสหรัฐฯ ลดลงเหลือราว 500,000 โดสต่อวัน ปัจจุบันสหรัฐฯ ฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 338 ล้านโดส มีประชากรได้รับวัคซีนครบโดสเกือบ 162 ล้านคน หรือเกือบ 50% ของประชากรทั้งประเทศ
สัดส่วนยี่ห้อวัคซีนโควิด-19 ที่สหรัฐฯ ใช้มากที่สุดคือไฟเซอร์ 188 ล้านโดส โมเดอร์นา 137 ล้านโดส จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน 13 ล้านโดส และยี่ห้ออื่น ๆ 200,000 โดส
แต่ล่าสุดเพิ่งมีรายงานการศึกษาของมหาวิทยาลัยนิวยอร์กที่พบว่า วัคซีนโควิด-19 จอห์นสันแอนด์จอหนสัน อาจมีประสิทธิภาพในการรับมือสายพันธุ์เดลตาลดลงน้อยกว่าวัคซีนชนิด mRNA
สัดส่วนการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นทำให้สหรัฐฯ ใกล้จะกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสายพันธุ์เดลตาเป็นสายพันธุ์หลัก เช่นเดียวกับ สหราชอาณาจักร อิสราเอล อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศไทย
โดยเมื่อเทียบกันแล้ว มีข้อมูลเบื้องต้นว่า ประเทศที่พบการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตามากที่สุดขณะนี้คือ สหราชอาณาจักร และอิสราเอล ซึ่งมีสัดส่วนการระบาดถึง 90%
ส่วนอินเดียที่เป็นประเทศที่พบสายพันธุ์เดลตาเป็นครั้งแรก ก็มีรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การติดเชื้อของประชากรในอินเดียกว่า 86% เป็นการระบาดของสายพันธุ์เดลตา
ขณะที่เพื่อนบ้านใกล้เคียงของไทยอย่างอินโดนีเซีย รายงานเมื่อต้นเดือน ก.ค. ว่า สัดส่วนการระบาดของสายพันธุ์เดลตาสูงถึง 78.8% ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ และทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายวันของอินโดนีเซียสูงเป็นอันดับ 1 ของโลกอยู่หลายวัน
สำหรับประเทศไทยเอง ภาพรวมทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 10-16 ก.ค. ซึ่งมีการตรวจหาพันธุกรรมของเชื้อไวรัสจำนวน 3,340 ตัวอย่างจากทั่วประเทศ พบ 62.6% เป็นสายพันธุ์เดลตา ถัดมาเป็นสายพันธ์อัลฟา (อังกฤษ) 34.1% และสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) 3.3 %
ด้านองค์การอนามัยโลกประกาศว่า ขณะนี้ โควิด-19 สายพันธุ์เดลตาระบาดไปแล้วใน 120 ประเทศทั่วโลก
เรียบเรียงจาก CDC / CNN / First Post / Jakarta Globe / The Guardian
ภาพจาก AFP