เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมาจู่ๆ มอนิเตอร์แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ของเรือนจำก็เกิดรวนขึ้น
จากนั้นบนหน้าจอก็ปรากฏตัวอักษรจากแฮกเกอร์ ที่เรียกตัวเองว่า “ความยุติธรรมของอาลี” สื่อถึงอาลี ผู้เป็นลูกเขยของศาสดามูฮัมหมัด และเป็นที่เคารพนับถือของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์
บนหน้าจอแฮกเกอร์ส่งข้อความมาว่า “เรือนจำแห่งนี้คือความอัปยศของไรซี” และ “ขอเรียกร้องให้ผู้คนออกมาประท้วงเพื่อปลดปล่อยนักโทษทางการเมือง”
โดยไรซีที่ว่า หมายถึง อีบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่านคนใหม่ที่เพิ่งจะเข้าพิธีสาบานตนไปเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา
ประธานาธิบดีคนใหม่ของอิหร่านคนนี้เป็นอดีตผู้พิพากษา เป็นคนที่ถูกขึ้นบัญชีดำจากสหรัฐจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน การประหารคนที่ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมตอนยังเป็นเยาวชนอยู่ และการมีส่วนร่วมในการปราบปรามผู้ที่ออกมาประท้วงผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2009 รวมถึงมีส่วนในการตัดสินและส่งนักโทษมายังเรือนจำเอวินแห่งนี้หลายคน
ไม่เพียงแค่แฮกเข้าระบบ แต่ยังเผยแพร่ฟุตเทจจากกล้องวงจรปิดด้วย จากภาพคือฟุตเทจผู้คุมทำร้ายนักโทษที่แฮกเกอร์ปล่อยออกมา จะเห็นว่าผู้คุมในเครื่องแบบใช้กำลังทุบตีนักโทษชายคนหนึ่งที่ถูกใส่กุญแจมืออย่างรุนแรง จนเขาทรุดลงไปกองกับพื้น ก่อนที่ผู้คุมคนอื่นๆ จะเข้ามาล้อมดู
อีกภาพเผยให้เห็นนักโทษสูงวัยคนหนึ่งล้มลงกับพื้นนอกเรือนจำ โดยไม่ทราบสาเหตุก่อนที่เขาจะถูกผู้คุมลากเข้าไปข้างใน รวมถึงลากตัวขึ้นบันได
ภาพเหล่านี้ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ และตามมาด้วยเสียงวิจารณ์มากมายจากในและนอกประเทศ
ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โมฮาหมัด เมห์ดี ฮัจ โมฮัมมาดี ผู้บัญชาการเรือนจำเอวินออกมายอมรับว่า วิดีโอดังกล่าวมาจากกล้องวงจรปิดของเรือนจำจริง
พร้อมกล่าวขอโทษต่อสังคมผ่านบัญชีทวิตเตอร์ โดยระบุว่า ข้าพเจ้าขอยอมรับผิด และจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อันน่าสลดกับบรรดาผู้กระทำผิดเหล่านี้อีก รวมถึงขออภัยไปยังพระเจ้า ผู้นำสูงสุดและประชาชน ต่อความผิดพลาดจากการละเลยหน้าที่นี้
อย่างไรก็ตาม คำขอโทษและภาพฟุตเทจที่หลุดออกมาดูจะไม่เกินความคาดหมายนัก เพราะเรือนจำแห่งนี้ขึ้นชื่อด้านการใช้ความรุนแรงมานาน
เรือนจำเอวินสร้างขึ้นปี 1971 ในสมัยพระเจ้าชาร์ โมฮัมเหม็ด เรซา ปาห์ลาวี ต่อมาปี 1979 อิหร่านเกิดการปฏิวัติอิสลาม และทางการยังคงใช้ที่นี่เป็นเรือนจำมาจนปัจจุบัน
ที่ผ่านมา บรรดาผู้แทนจากสหประชาชาติเคยวิจารณ์ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรือนจำแห่งนี้ ที่ส่วนใหญ่ผู้ถูกคุมขังมักเป็นนักโทษการเมือง หรือคนที่ถูกกล่าวหาว่าเอื้อประโยชน์ให้ชาติตะวันตก
นอกจากนั้นเรือนจำแห่งนี้ยังอยู่ในลิสต์สถานที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและใช้ความรุนแรงของรัฐบาลสหรัฐฯ กรณีที่โด่งดังคือ ดร.ไคลี มัวร์ กิลเบิร์ต นักวิชาการหญิงสัญชาติอังกฤษและออสเตรเลีย
เธอถูกจำคุกที่เรือนจำเอวินนานถึง 2 ปี ในข้อหาจารกรรมข้อมูล โดยย้อนไปปี 2018 เธอเดินทางมาร่วมประชุมที่อิหร่าน แต่ขากลับเธอถูกจับกุมที่สนามบิน และถูกตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี
ปลายปี 2020 เธอได้รับการปล่อยตัว และเล่าว่า ชีวิตในเรือนจำอิหร่านนั้นได้สร้างบาดแผลที่เจ็บปวดยาวนาน
โดยมีรายงานว่า ระหว่างคุมขังเธอประท้วงสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ด้วยการอดอาหารหลายครั้ง และเธอยังเผชิญกับการขังเดี่ยวในห้องแคบๆ ขนาด 2 คูณ 3 เมตรหลายครั้งด้วยเช่นกัน
นอกเหนือจากนักโทษทางการเมืองแล้ว ผู้ต้องขังในนี้ยังรวมถึงสื่อมวลชนด้วยเช่นกัน
นี่คือ เจสัน เรซาเอียน นักข่าวชาวอิหร่านที่ทำงานให้กับสำนักข่าว The Washington Post และเคยถูกจองจำในเรือนจำเอวินนานถึง 18 เดือน จากข้อหาว่า เชื่อมโยงกับ CIA ของสหรัฐฯ
เขาเล่าว่า ชีวิตในเรือนจำถูกข่มขู่ทุกเช้าเย็นจากเจ้าหน้าที่ บ้างขู่ว่าจะขังลืมเขา ขู่ว่าจะตัดอวัยวะ ตลอดจนขู่ว่าจะประหารชีวิต