กระทรวงกลาโหมอังกฤษ เปิดเผยว่า ภารกิจอพยพประชาชนสิ้นสุดลงแล้ว หลังเที่ยวบินพลเรือนเที่ยวสุดท้ายออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติฮามิด คาร์ไซ ในกรุงคาบูล ของอัฟกานิสถาน เมื่อวานนี้ (28 ส.ค.) โดยเที่ยวบินเพิ่มเติมของอังกฤษนับจากนี้ จะเน้นอพยพแค่เจ้าหน้าที่สถานทูตและกำลังพลของกองทัพที่ยังเหลืออยู่เท่านั้น
ทั้งนี้ ในช่วง 2 สัปดาห์ อังกฤษสามารถอพยพพลเมืองของตนเอง รวมถึงชาวอัฟกันได้แล้วกว่า 15,000 คน ในจำนวนนี้กว่า 2,000 คน เป็นเด็ก
อย่างไรก็ตาม นายพล เซอร์ นิค คาร์เตอร์ (General Sir Nick Carter) หัวหน้ากองกำลังของอังกฤษ คาดว่ายังมีชาวอัฟกันอีกหลายร้อยคนที่มีสิทธิอพยพ ไม่สามารถเดินทางมาที่สนามบินได้ทัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างมาก
ส่วนฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี ก็ยุติภารกิจอพยพประชาชนแล้วเช่นกัน โดยเที่ยวบินพลเรือนเที่ยวสุดท้าย ทยอยเดินทางถึงประเทศปลายทางแล้ว
ขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งอพยพพลเมืองและชาวอัฟกันได้แล้วกว่า 110,000 คน ก็เริ่มถอนกำลังทหารออกจากสนามบินคาบูลแล้ว โดยมีทหารเหลืออยู่เพียงไม่ถึง 4,000 นาย จาก 5,800 นาย ก่อนหน้านี้
ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงคาบูล ยังออกคำเตือนฉบับล่าสุด ให้พลเมืองอเมริกันทุกคนที่อยู่ตามประตูด้านต่างๆ ของสนามบินนานาชาติฮามิด คาร์ไซ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง รีบเดินทางออกจากพื้นที่ทันที หลังมีความเป็นไปได้ที่เกิดจะเหตุโจมตีอีก
โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตือนว่า สถานการณ์ในกรุงคาบูลในช่วงโค้งสุดท้ายของการอพยพ ยังค่อนข้างอันตรายมาก ซึ่งเขาได้รับแจ้งจากผู้บัญชาการกองทัพเมื่อช่วงเช้าวานนี้ว่า กลุ่มรัฐอิสลามแห่งจังหวัดโคราซานหรือไอซิส-เค (ISIS-K) จะโจมตีสนามบินกรุงคาบูลอีกครั้ง ภายใน 24-36 ชม.ข้างหน้า และอย่างเร็วที่สุดอาจเกิดขึ้นภายในวันอาทิตย์นี้