ประธานาธิบดีกิแชร์โม ลาสโซ (Guillermo Lasso) ของเอกวาดอร์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในระบบเรือนจำเมื่อวานนี้ (29 ก.ย.) เปิดทางให้รัฐบาลส่งตำรวจและทหารเข้าไปในเรือนจำ เพื่อควบคุมสถานการณ์ที่เรือนจำลิตอรัล (Litoral) ในเมืองกัวยากิล (Guayaquil) หลังเกิดเหตุจลาจลนองเลือดตั้งแต่คืนวันอังคารที่ผ่านมา (28 ก.ย.) ซึ่งจนถึงขณะนี้พบนักโทษเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 116 คน และบาดเจ็บอีก 80 คน โดยในบรรดาผู้เสียชีวิต มีอย่างน้อย 5 คน ที่ถูกตัดศีรษะ
ประธานาธิบดีเอกวาดอร์ระบุด้วยว่า ได้ตั้งจุดดูแลญาติและครอบครัวของนักโทษ พร้อมจัดเตรียมอาหารและจิตแพทย์คอยให้คำปรึกษา นอกจากนี้ จะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแก้ปัญหาความแออัดในเรือนจำของประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย โดยจะเริ่มจากการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคและเทคโนโลยีที่เรือนจำลิตอรัล
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เรือนจำลิตอรัลเกิดเหตุวิวาทระหว่างกลุ่มแก๊งต่างๆ ที่แย่งกันควบคุมเรือนจำหลายครั้ง ขณะที่เหตุจลาจลที่เรือนจำลิตอรัลครั้งนี้ถือเป็นการลุกฮือครั้งใหญ่ในระบบเรือนจำเอกวาดอร์ รอบที่ 3 ของปีนี้ และเป็นครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด
โดยก่อนหน้านี้ เกิดเหตุจลาจลพร้อมกันในเรือนจำ 3 แห่ง ในเดือนกุมภาพันธ์ ครั้งนั้นมีนักโทษเสียชีวิตอย่างน้อย 79 คน ส่วนอีกครั้งเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม มีนักโทษเสียชีวิตอย่างน้อย 22 คน
คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งทวีปอเมริกา (IACHR) ได้ประณามความรุนแรงก่อนหน้านี้ ขณะที่องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) เรียกร้องให้รัฐบาลเอกวาดอร์สอบสวนเหตุรุนแรงในเรือนจำเต็มรูปแบบ และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
ภาพจาก AFP