ไซมอน กลาส ผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร เข้าพบปะพูดคุยกับ อับดุล กานี บาราดาร์ รองนายกรัฐมนตรี ภายในวงประชุมยังมี อาเมียร์ ข่าน มูตาคี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมด้วย ถือป็นการกลับมาครั้งแรกของตัวแทนรัฐบาลสหราชอาณาจักร หลังจากมีการอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตออกจากอัฟกานิสถานจนหมด เมื่อตาลีบันเข้ายึดกรุงคาบูลเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ไซมอน กลาส ผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร เข้าพบปะพูดคุยกับ อับดุล กานี บาราดาร์ รองนายกรัฐมนตรี ภายในวงประชุมยังมี อาเมียร์ ข่าน มูตาคี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมด้วย ถือป็นการกลับมาครั้งแรกของตัวแทนรัฐบาลสหราชอาณาจักร หลังจากมีการอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตออกจากอัฟกานิสถานจนหมด เมื่อตาลีบันเข้ายึดกรุงคาบูลเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา
การคว่ำบาตรรัฐบาลตาลีบัน ได้ตัดความช่วยเหลือทางการเงินจนหมด รวมถึงการที่สหรัฐฯ อายัดทรัพย์สินของธนาคารกลางอัฟกานิสถานไว้เกือบ 3 แสนล้านบาท ทำให้เกิดวิกฤต โดยชาวอัฟกันมากถึง 1 ใน 3 ที่กำลังอดอยาก และยังมีผู้พลัดถิ่นอีกมากถึงครึ่งล้านคน และจำนวนมากเป็นเด็กและผู้หญิง
อีกประเด็นสำคัญที่หารือกัน คือ การหาวิธีป้องกันไม่ให้อัฟกานิสถานกลายเป็นสถานที่บ่มเพาะ และเติบโตของบรรดากลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ มีรายงานว่า ทูตพิเศษของผู้นำสหราชอาณาจักรได้พูดตรง ๆ กับรัฐบาลตาลีบันในเรื่องที่เป็นประเด็นอ่อนไหวสำหรับตาลีบันมากที่สุดด้วย นั่นก็คือ วิธีที่ตาลีบันปฏิบัติกับผู้หญิง โดยขณะนี้ผู้หญิงจำนวนมากกำลังถูกจำกัดสิทธิอีกครั้งไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาหรือการทำงาน
สหราชอาณาจักรนับเป็นชาติตะวันตกแรก ที่เดินทางเข้าพบปะหารือกับรัฐบาลใหม่ตาลีบัน ท่าทีแบบนี้เกิดจากการประเมินแล้วว่า นี่เป็นวิธีที่ดีกว่าการโดดเดี่ยวรัฐบาลตาลีบัน เพราะการโดดเดี่ยวหรือคว่ำบาตร คนที่ได้รับผลกระทบหนักคือ ประชาชนคนธรรมดา และเกือบสองเดือนแล้วที่ตาลีบันขึ้นปกครองอัฟกานิสถาน แต่ปัจจุบันยังไม่มีชาติใดให้การรับรองรัฐบาลชุดใหมนี้ แม้แต่กาตาร์ ประเทศที่มีท่าทีเป็นบวก และให้การสนับสนุนตาลีบันมากที่สุด
ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฝรั่งเศส ชี้ว่า ในการประชุม G20 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 30-31 ตุลาคมนี้ นานาชาติควรสร้างเงื่อนไขที่ชัดเจนให้ตาลีบัน ว่ามีประเด็นใดบ้างที่จะทำให้พวกเขายอมรับสถานะอันชอบธรรมของรัฐบาลนี้ เช่น สิทธิและความเท่าเทียมของผู้หญิงชาวอัฟกันที่ควรเข้าถึงงานและการศึกษาเหมือนผู้ชาย, การเปิดให้ความช่วยเหลือจากต่างชาติเข้าไปยังประเทศ รวมถึงข้อพิสูจน์ว่าตาลีบันได้ตัดสายสัมพันธ์กับกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรง
ความช่วยเหลือที่ว่าครอบคลุมตั้งแต่ อาหาร ยารักษาโรค ไปจนถึงการปรับปรุงโครงสร้างของสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่นานาชาติต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ก่อนที่อัฟกานิสถานจะเข้าสู่ฤดูหนาว ปัจจุบันมีหลายองค์กรเข้าช่วยเหลือแล้ว อย่างยูนิเซฟ แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ตลาดอัฟกันเต็มไปด้วยของมือสองที่ชาวบ้านขนมาขาย
ก่อนหน้านี้มีการประเมินกันว่าประชาชนราว 13-14 ล้านคน กำลังขาดแคลนอาหาร รวมถึงในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีผลสำรวจพบว่าชาวอัฟกันถึงร้อยละ 93 เข้าไม่ถึงอาหารที่เพียงพอ เนื่องจากรายได้ลดลง และตาลีบันมีมาตรการควบคุมจำนวนเงินสดที่ประชาชนสามาาถถอนออกมาได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาทุพโภชนาในเด็กตามมา
อีกหนึ่งความน่ากังวลคือ สาธารณสุข ที่ล่าสุดกำลังขาดแคลนยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ข้อมูลจาก อเล็กซานเดอร์ มาเธอู ผู้อำนวยการสหพันธ์กาชาด ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกระบุว่า หากไม่มีความช่วยเหลือ ระบบสาธารณสุขของอัฟกานิสถานอาจล่มสลายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
อีกภาพสะท้อนของปัญหาในอัฟกานิสถานดูได้จากบรรยากาศของตลาด คือ ตลาดนัดแห่งหนึ่งในกรุงคาบูล จากภาพจะเห็นว่าชาวบ้านขนเอาเฟอร์นิเจอร์และของเก่าในบ้านออกมาขายกันเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่พรม ม่าน ไปจนถึงเตียงเด็กทารก หลายคนเล่าว่า ของเหล่านี้ขายถูกกว่าราคาจริง 4-5 เท่า เนื่องจากพวกเขาไม่มีรายได้ ขณะเดียวกันหลายคนยังต้องการเงินเพื่อใช้ในการหนีออกนอกประเทศ จึงต้องขายทุกอย่างที่มี
รัฐบาลตาลีบันเตรียมออกหนังสือเดินทางใหม่ให้ประชาชน
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเดินทางออกนอกประเทศ หากเป็นชาวอัฟกันที่ไม่มีวีซ่าผู้อพยพ หรือเป็นคนที่เคยช่วยงานชาติตะวันตก พวกเขาจำเป็นต้องใช้หนังสือเดินทาง ล่าสุดรัฐบาลใหม่เพิ่งจะจัดการเรื่องนี้ โดยรายงานจาก อลัม กุล ฮักกานี ผู้อำนวยการสำนักงานหนังสือเดินทาง ระบุว่า รัฐบาลจะเริ่มออกหนังสือเดินทางให้ประชาชนในเร็ว ๆ นี้ ภายใต้ชื่อประเทศใหม่ว่า Islamic Republic of Afghanistan รวมถึงขอให้พนักงานหญิงกลับมาทำงาน เพื่อช่วยให้งานส่วนนี้เดินหน้า คาดกันว่าทางหน่วยงานจะสามารถออกหนังสือเดินทางใหม่ให้ประชาชนได้ราว 5,000 - 6,000 เล่มต่อวัน นับเป็นข่าวดี เพราะขณะนี้มีชาวอัฟกันจำนวนมากต่้องการเดินทางออกนอกประเทศ ในบางรายไม่ได้ต้องการหนี แต่ต้องการข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อพบแพทย์ เนื่องจากระบบสาธารณสุขของอัฟกันเองมีไม่เพียงพอ
หลังประกาศออกมา วันนี้ปรากฏภาพของความวุ่นวายที่หน้าสำนักงานหนังสือเดินทางในกรุงคาบูลทันที ชาวอัฟกันจำนวนมากมารวมตัวกัน เพื่อทำหนังสือเดินทางให้เร็วที่สุด คาดกันว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีคนมารวมตัวกันมากหลายร้อยคน ก่อนหน้านี้ตาลีบันระบุว่า เปิดให้ทำเฉพาะคนที่ยื่นเอกสารมาแล้ว แต่ชาวบ้านทั่วไปยังคงมาที่สำนักงานแห่งนี้ เพราะพวกเขาต้องการเดินทางออกนอกประเทศ