คณะกรรมการสอบสวนเหตุจลาจลผู้ประท้วงบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา จะเรียกคนใกล้ชิดของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าให้ปากคำ โดยการสอบสวนดังกล่าวจะพุ่งเป้าไปที่ประเด็นว่า ทรัมป์มีส่วนรู้เห็นกับเหตุจลาจลดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งในกลุ่มคนล่าสุดรวมถึงผู้ที่ดำรงตำแหน่งโฆษกทำเนียบขาว ที่ปรึกษาด้านนโยบายระดับสูง และผู้ช่วยส่วนตัวของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์
โดยคณะกรรมการสอบสวนชี้ว่า เคย์ไลจ์ แม็คอีนานี โฆษกทำเนียบขาวในช่วงเวลานั้น ได้ออกแถลงการณ์กล่าวหาว่าการเลือกตั้งเมื่อปลายปี 2020 มีการทุจริตเกิดขึ้น และมีรายงานว่าเขานั่งดูเหตุการณ์บุกรัฐสภาหน้าโทรทัศน์
ส่วนสตีเฟ่น มิลเลอร์ ที่ปรึกษาระดับสูงของทรัมป์ คณะกรรมาธิการระบุว่า เขามีส่วนร่วมในความพยายามเผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง และอีกคนคือนิโคลาส ลูน่า เลขาส่วนตัวของทรัมป์ ซึ่งมีรายงานว่าอยู่ในห้องทำงานรูปไข่ในช่วงเช้าของวันที่เกิดเหตุจลาจล และเขาได้โทรศัพท์หาไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีในช่วงนั้น กดดันให้เพนซ์ไม่รับรองผลการเลือกตั้ง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อผู้ประท้วงสนับสนุนทรัมป์ บุกอาคารรัฐสภาสหรัฐ และเข้าไปขัดขวางขณะเจ้าหน้าที่กำลังจะรับรองชัยชนะจากการเลือกตั้งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ส่งผลทำให้บรรดาสส.และสว.ต้องอพยพออกมาเพื่อความปลอดภัย และอาคารรัฐสภาได้รับความเสียหาย หลังจากนั้นสภาคองเกรสได้ทำการฟ้องร้องอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ว่ากระตุ้นผู้สนับสนุนให้ก่อเหตุจลาจลดังกล่าว โดยมีการจับกุมประชาชนกว่า 670 คนจากเหตุการณ์ในวันนั้น
ด้านทรัมป์ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ว่า การออกหมายเรียกดังกล่าวเป็นฝีมือของคณะกรรมการที่มีแรงจูงใจทางการเมือง ทั้งนี้ คนใกล้ชิดของทรัมป์ 16 คนได้รับการออกหมายเรียกในช่วงสองวันที่ผ่านมา
คณะกรรมการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะรวบรวมเอกสารให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ และจะมีการสอบสวนพยานตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงกลางเดือนธันวาคม