เจ้าหน้าที่จีนรายงานเมื่อวานนี้ว่า พบผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์โอมิครอนรายแรกในประเทศแล้ว ที่เมืองเทียนจินเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และไม่แสดงอาการป่วยใดๆ ในตอนแรก ซึ่งผู้ป่วยได้รับการกักตัวและได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว ขณะเดียวกันในจีนเวลานี้การระบาดหลักๆ เป็นสายพันธุ์เดลต้าระบาดหนักที่มณฑลเจ้อเจียง มีตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่พุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานติดเชื้อในประเทศรายใหม่ 80 ราย
ด้านผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากจีนไม่สามารถควบคุมการระบาดได้อย่างเหมาะสม สายพันธุ์โอมิครอน อาจจะส่งผลกระทบต่อนโยบายกดตัวเลขผู้ป่วยให้เป็นศูนย์ของทางการจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ที่จีนกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาวที่กรุงปักกิ่งในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้
ขณะเดียวกันที่อังกฤษ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากสายพันธุ์โอมิครอนรายแรก โดยนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน เปิดเผยระหว่างการเดินทางเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 แห่งหนึ่งในกรุงลอนดอนว่า การแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนกำลังทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก และ ขณะนี้พบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวอย่างน้อย 1 คน
โดยจอห์นสัน ได้เตือนประชาชนควรหยุดความคิดที่ว่าสายพันธุ์โอมิครอนก่อให้เกิดอาการป่วยเพียงเล็กน้อย และ ต้องยอมรับว่าจำนวนผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นคือวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด
นับตั้งแต่ผู้ป่วยโอมิครอนคนแรกได้รับการยืนยันในสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา นายกฯ อังกฤษได้ใช้มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาได้กระตุ้นให้ประชาชนออกมารับบูสเตอร์โดส หรือวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำงานหนักจนเกินไป โดยในช่วงแรก นายกฯ จอห์นสันเสนอให้ผู้ใหญ่ทุกคนที่เข้าเกณฑ์ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภายในสิ้นเดือนมกราคม แต่เพื่อยกระดับสู้กับการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน จึงทำให้ต้องมีการปรับเป้าหมายใหม่ เปลี่ยนเป็นให้ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในอังกฤษต้องได้เข้ารับเข็มกระตุ้นก่อนปีใหม่นี้
เช่นเดียวกับ ซาจิด จาวิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ระบุเมื่อวานนี้ว่าไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในระดับที่แทบไม่เคยพบเห็นมาก่อน และ ตอนนี้ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกรุงลอนดอนมากถึง 40 เปอร์เซนต์พบว่าเป็นสายพันธุ์โอมิครอน และ มีแนวโน้มสูงมากที่จะกลายเป็นสายพันธุ์หลักในกรุงลอนดอนภายใน 48 ชั่วโมง
โดยเมื่อวานนี้ มีผู้ป่วยโอมิครอนยืนยันในอังกฤษแล้ว 4,713 คน แต่คาดการณ์กันว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันจริงๆแล้วอาจสูงถึงราวสองแสนคน
ขณะที่ประชาชนชาวอังกฤษก็ยังคงออกมาใช้ชีวิตกันตามปกติ โดยมีทั้งคนที่กังวลและไม่กังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในเวลานี้ และผู้สูงอายุหลายคนก็เข้ารับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์โดสแล้ว
ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขว่า หนึ่งในผู้สูงอายุชาวอเมริกันทุกๆ 100 คน เสียชีวิตจากโควิด-19 และมากกว่า 3ใน4 ของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เป็นผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือมีอย่างน้อย 51,4000 คนของประชากรในวัยดังกล่าวเสียชีวิตจากโควิด 19 นอกจากนี้ เมื่อไปดูตัวเลขในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 75 ปีขึ้นไป จะยิ่งพบว่า ค่าเฉลี่ยในการเสียชีวิตสูงกว่านี้ โดยในกลุ่มคนอายุ 75 ปีขึ้นไป ในทุกๆ 60 คน จะมี 1 คนที่เสียชีวิตจากโควิด 19
อย่างไรก็ตาม ในสหรัฐเวลานี้ ผู้ป่วยติดเชื้อโอมิครอนส่วนใหญ่จะมีอาการป่วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนแล้ว แต่หลายรัฐก็มีการยกระดับมาตรการเพื่อรับมือกับสายพันธุ์ดังกล่าว อย่างที่รัฐนิวยอร์ก ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กได้ประกาศคำบังคับให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยในตัวอาคาร ซึ่งมีผลเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ และจะยาวไปจนถึงอย่างน้อยกลางเดือนมกราคมปีหน้า