เฟซบุ๊กแฟนเพจ Drama-addict ได้รับเรื่องร้องเรียนจากหญิงไทย อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษาที่ไปเรียนต่อทีสหรัฐอเมริกา ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เธอกลับจากดูคอนเสิร์ตในย่านแมนฮัตตันของนครนิวยอร์ก โดยขากลับได้นั่งรถไฟใต้ดิน
ระหว่างรอรถไฟอยู่บนชานชาลาสถานีเฮรัลด์สแควร์ เธอร์ตี้โฟร์ท สตรีท (Herald Square 34th Street) เธอก็ถูกชายคนหนึ่งเข้าทำร้าย โดยต่อยและจับเธอเหวี่ยงลงกับพื้น จนหน้าเธอบวมช้ำ รวมถึงชิงทรัพย์ และพยายามทำอนาจารเธอ ก่อนจะเดินหนีไป
คนเอเชีย ถูกเหมารวมเป็นพวกแพร่เชื้อโควิด-19
หลังจากนั้น เธอได้แจ้งความดำเนินคดี ซึ่งตำรวจก็ลงคลิปคนร้ายให้ประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแส โดยระบุข้อความในประกาศว่า "ต้องการเบาะแสคนร้ายคดีชิงทรัพย์ ผู้เสียหายหญิงอายุ 23 ปี ถูกล็อกคอและเหวี่ยงลงกับพื้น ขณะที่ผู้เสียหายนอนอยู่ คนร้ายก็จับบริเวณของสงวนและเอากระเป๋าสตางค์ของไป" พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 3,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 1 แสน 2 หมื่นบาท)
อย่างไรก็ตาม คดียังคงไม่มีความคืบหน้าเลยแม้ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว โดยเพจ Drama-addict ระบุว่าคนใกล้ชิดของหญิงไทยคนดังกล่าวต้องการฝากประชาสัมพันธ์ เพื่อ 1. อยากให้เป็นข่าว เพราะถ้าเป็นข่าวอาจกระตุ้นให้ตำรวจนิวยอร์กเร่งหาเบาะแสคดีนี้ 2. ฝากคนไทยที่นิวยอร์ก ใครพอมีเบาะแสคนร้ายก็ติดต่อทนายของผู้เสียหายได้
ทั้งนี้ ทนายความของนักศึกษาหญิงผู้เสียหายได้ตั้งข้อสังเกตบนเว็บไซต์ของสำนักงานว่า การที่ตำรวจนิวยอร์กจัดประเภทคดีนี้ว่าเป็นคดีลักทรัพย์อย่างเดียว เป็นการปฏิเสธความร้ายแรงของเหตุทำร้ายนี้ ขณะเดียวกันก็ไม่มีการยืนยันว่าคดีนี้กำลังถูกสืบสวนโดยหน่วยป้องกันอาชญากรรมจากความเกลียดชังของตำรวจนิวยอร์ก
ทางทนายความจึงเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความตระหนักรู้ถึงแนวโน้มการใช้ความรุนแรงต่อชาวเอเชียที่น่าหวาดกลัวและมีมากขึ้นในสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน มีข้อมูลสถิติอาชญากรรมในนิวยอร์กที่เพิ่งเผยแพร่ ชี้ว่าอาชญากรรมจากความเกลียดต่อคนเชื้อสายเอเชียได้เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 5 เท่า ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยตำรวจนิวยอร์กระบุระหว่างการแถลงข่าวสัปดาห์นี้ว่า คดีที่มีเป้าหมายเป็นชาวเอเชียเพิ่มขึ้นจาก 28 คดี เมื่อปีที่แล้ว เป็น 129 คดีในปีนี้
อย่างไรก็ตาม รัสเซลล์ จุง ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรต่อสู้เพื่อยุติความเกลียดชังต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก หรือ Stop AAPI Hate เตือนว่าไม่ควรตีความข้อมูลดังกล่าวว่าเป็นการสะท้อนถึงสถานการณ์การเหยียดชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียโดยตรง เพราะอาจมีหลายๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น การก่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤตโรคระบาด หรือแนวโน้มในการแจ้งเหตุ
จุงกล่าวด้วยว่า อาชญากรรมจากความเกลียดชังหลายคดี โดยเฉพาะในนครนิวยอร์ก มักเกิดในพื้นที่และชุมชนที่มีรายได้น้อย ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 อยู่แล้ว นอกจากการขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย และการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิต หนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้ของอาชญากรรมที่มีเป้าหมายเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียคือ ภาพจำที่ว่าคนกลุ่มนี้เป็นเป้าหมายที่ง่ายและอ่อนแอกว่า รวมถึงมีแนวโน้มที่จะแจ้งความน้อยกว่า
ด้านนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนักศึกษาสาวไทยที่ถูกทำร้ายและคดีไม่คืบว่า สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ได้ประสานให้ความช่วยเหลือแล้ว รวมถึงได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจนิวยอร์ก เพื่อติดตามความคืบหน้าในการจับกุมคนร้าย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (16 ธ.ค.) จะมีการแถลงข่าวความคืบหน้าในการช่วยเหลือที่ชัดเจนอีกครั้ง
กัมพูชาเจอ "โอมิครอน" รายแรก มีประวัติรอต่อเครื่องกรุงเทพฯ
สภากาชาดไทย เปิดให้ผู้สูงอายุ หญิงท้อง ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโมเดอร์นา ฟรีตั้งแต่วันนี้
เปิดสถิติหวยออก 5 ปีย้อนหลัง งวด 16 ธ.ค.