ภาพการประท้วง ขณะที่เจ้าหน้าที่กองกำลังความมั่นคงซูดาน ยิงแก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุม ขณะที่บรรดาผู้ประท้วงพยายามเคลื่อนขบวนเข้าใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงคาทูม เมืองหลวงของประเทศวานนี้ (30 ธ.ค. 64) โดยการประท้วงครั้งนี้มีขึ้นเพื่อต่อต้านการปกครองของกองทัพ และคณะกรรมการกลางแพทย์ซูดานเปิดเผยว่า มีรายงานผู้ประท้วง 4 คนถูกกองกำลังความมั่นคงยิงเสียชีวิต ขณะที่มีรายงานว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรศัพท์มือถือภายในกรุงคาทูมเกิดขัดข้องใช้การไม่ได้
ด้านสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง รายงานอ้างที่ปรึกษาของนายพลอับเดล ฟัตตาห์ อัล บูร์ฮาน ผู้นำกองทัพ ที่ระบุว่า กองทัพจะไม่ปล่อยให้ใครมานำพาประเทศเข้าสู่ความวุ่นวาย
การประท้วงดังกล่าวที่มีขึ้นเมื่อวานนี้ เป็นการประท้วงครั้งที่ 11 แล้ว นับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ ผ่านมา และถึงแม้กองทัพจะยอมคืนอำนาจให้กับนายอับดุลลาห์ ฮัมด็อก นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ผู้ขุมนุมต้องการให้ทหารไม่มีบทบาทในรัฐบาลระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่การเลือกตั้งที่เสรี
การรัฐประหารครั้งล่าสุดในซูดานเกิดขึ้นหลังพรรคการเมืองที่นำโดยทหารและพลเรือนซึ่งรู้จักกันในชื่อว่ากองกำลังแห่งเสรีภาพและการเปลี่ยนแปลงหรือเอฟเอฟซี (FFC) ครองอำนาจร่วมกัน หลังจากประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ ถูกโค่นล้ม ในเดือนเมษายน ปี 2019 ที่ผ่านมา
โดยในขณะนี้ ซูดานควรจะอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านแต่กองทัพได้ตัดสินใจก่อรัฐประหารขึ้น สร้างความโกรธแค้นให้กับประชาชนที่ตัดสินใจลงถนนประท้วง และเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาคมโลก
ขณะที่ พลเอก อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้นำการรัฐประหาร อ้างว่า การที่กองทัพยึดอำนาจเบ็ดเสร็จดังกล่าวนั้นก็เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดสงครามกลางเมือง และยืนยันว่ากองทัพจะออกจากการเมืองหลังการเลือกตั้งในปี 2023 อย่างแน่นอน