ทำเนียบขาว เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ ต่อสายตรงหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยไบเดน ระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันและพันธมิตรจะตอบโต้ขั้นเด็ดขาด ซึ่งรัฐบาลมอสโกจะต้องเผชิญกับผลกระทบที่ตามมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง หากตัดสินใจเปิดฉากบุกยูเครน
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีปูตินมีส่วนร่วมในการลดระดับความรุนแรงและใช้การทูตแทน เนื่องจากการรุกรานจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้คนเป็นจำนวนมาก และจะลดฐานะของรัสเซียในประชาคมโลก
ด้านทำเนียบเครมลินของรัสเซีย ระบุว่า การหารือดังกล่าวระหว่างประธานาธิบดีไบเดน และประธานาธิบดีปูติน มีขึ้นขณะที่สหรัฐฯ และพันธมิตร กำลังตกอยู่ในภาวะโรคประสาทหวาดผวา หรือฮิสทีเรียขั้นสูงสุด พร้อมเปิดเผยว่า ผู้นำรัสเซียกล่าวกับประธานาธิบดีไบเดนว่า วอชิงตันและชาติตะวันตก ล้มเหลวในการแก้ข้อกังวลด้านความมั่นคงของรัฐบาลมอสโก แต่ผู้นำทั้งสองจะยังพูดคุยกันต่อไป
การหารือครั้งล่าสุดมีขึ้นหลังสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ที่สถานทูตในกรุงเคียฟของยูเครน เนื่องจากความกังวลว่า รัสเซียอาจบุกยูเครนได้ทุกเมื่อ แม้จะยังไม่แน่ชัดว่า ประธานาธิบดีปูตินตัดสินใจขั้นสุดท้ายให้เริ่มการรุกรานแล้วหรือไม่
ขณะเดียวกัน ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง และประธานาธิบดีปูติน ได้หารือทางโทรศัพท์อีกครั้งเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงเมื่อวานนี้ (12 ก.พ.) เกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ ในเดินหน้าบังคับใช้ข้อตกลงกรุงมินสก์ และการเจรจาเงื่อนไขสำหรับความมั่นคงและเสถียรภาพในยุโรปต่อไป
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีมาครงได้แสดงความกังวล โดยบอกกับประธานาธิบดีปูตินด้วยว่า การพูดคุยอย่างจริงใจไม่สอดคล้องกับการยกระดับความตึงเครียดทางทหารที่เกิดขึ้น
ในตอนนี้ รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลก รวมถึง อังกฤษ ออสเตรเลีย อิตาลี อิสราเอล เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และอีกจำนวนมาก เรียกร้องให้พลเรือนเร่งเดินทางออกจากยูเครนโดยเร็วที่สุด
ขณะที่อังกฤษเตือนว่า พลเมืองอังกฤษที่เลือกจะอยู่ในยูเครนต่อ ไม่ควรคาดหวังว่ากองทัพจะเข้าไปช่วยเหลืออพยพ หากเกิดการสู้รบกับรัสเซียขึ้นจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวระหว่างตรวจดูการซ้อมรบที่เมืองคาลันชัก ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไครเมีย 20 กิโลเมตร ว่า ความตื่นตระหนกเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ว่ารัสเซียอาจบุกยูเครนเร็วๆ นี้ ไม่ได้ช่วยประเทศอะไรเขา
ขณะที่ชาวยูเครนหลายพันคนร่วมเดินขบวนตามท้อถนนในกรุงเคียฟ เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากรัสเซียยังคงส่งกำลังทหารประชิดแนวชายแดนด้านตะวันออกของยูเครน และกำลังซ้อมรบทางทหารขนาดใหญ่กับเบลารุส ซึ่งจะตามมาด้วยการซ้อมรบทางทะเลในทะเลอาซอฟและทะเลดำ ในสัปดาห์หน้า
ภาพที่เผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมของเบลารุสเมื่อวานนี้ (12 ก.พ.) เผยให้เห็นการซ้อมรบทางบกและทางอากาศในเขตกรอดโน ซึ่งอยู่ใกล้กับพรมแดนโปแลนด์และลิทัวเนีย โดยเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมร่วมกันของรัสเซียและเบลารุส ภายใต้ชื่อ "Allied Resolve-2022"
ด้านที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยคลิปการซ้อมรบร่วมกับเบลารุสที่ศูนยฝึกโอซิโปวิชีสกี (Osipovichiisky) ในเบลารุส ซึ่งมีการซ้อมยิงจรวดแบบต่อเนื่อง
ขณะที่เรือดำน้ำชั้นกิโล รอสตอฟ-ออน-ดอน ของรัสเซีย ได้แล่นผ่านช่องแคบดาร์ดาแนลส์ของตุรกี ระหว่างเดินทางกลับไปยังทะเลดำ เพื่อร่วมการซ้อมรบ
สำนักข่าว RIA ของทางการรัสเซียรายงานว่า เรือรบกว่า 30 ลำจากกองเรือทะเลดำของรัสเซียได้เริ่มการซ้อมรบใกล้คาบสมุทรไครเมีย
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าเรือรบรัสเซียได้ขับไล่เรือดำน้ำลำหนึ่งของสหรัฐฯ ในน่านน้ำของรัสเซียในมหาสมุทรแปซิฟิก หลังเรือดำน้ำลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำสั่งให้ลอยลำ โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียได้กล่าวหารัฐบาลวอชิงตันว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และสร้างภัยคุกคามความมั่นคงจากสถานการณ์ดังกล่าว ในช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น จากกรณียูเครน
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ปฏิเสธว่าไม่ได้ดำเนินปฏิบัติการทางทหารในน่านน้ำของรัสเซียแต่อย่างใด