นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต (NATO) เปิดเผยว่า ได้ส่งกองกำลังตอบโต้ของนาโตห รือเอ็นอาร์เอฟ (NRF) กองกำลังเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งประกอบด้วย กองกำลังภาคพื้นดิน อากาศและทะเล เข้าไปในยุโรปตะวันออก เพื่อให้การสนับสนุนชาติพันธมิตร และตอบโต้การรุกรานของรัสเซีย
นายสโตลเทนเบิร์ก เรียกร้องให้ทางการมอสโก ถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากยูเครน และการตัดสินใจของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินในการโจมตียูเครน เป็นความผิดพลาดเชิงกลยุทธ์ครั้งเลวร้าย
ซึ่งรัสเซียจะต้องชดใช้อย่างสาสม ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมืองในอีกหลายปีข้างหน้า พร้อมเสริมว่า พันธมิตรนาโตยังเตรียมส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับยูเครนป้องกันการรุกรานจากรัสเซียเพิ่มเติมแต่ยอมรับว่า ชาติพันธมิตร จำเป็นที่จะต้องลงมือลงแรงมากกว่านี้ เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางการมอสโกให้ยุติการรุกรานทางทหารในยูเครน
อย่างไรก็ตาม การสั่งระดมพลกองกำลังตอบโต้ของนาโต ไม่ได้หมายความว่า สหรัฐฯ หรือกองกำลังนาโต จะเข้าไปในยูเครน ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต เนื่องจากประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ ย้ำชัดว่า สหรัฐฯ จะส่งกำลังทหารไปยังยุโรปตะวันออก เพื่อสนับสนุนชาติสมาชิกนาโตที่เป็นกังวลเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารที่ก้าวร้าวของรัสเซีย แต่จะไม่เข้าไปสู้รบในยูเครน
ขณะที่ นับจนถึงตอนนี้ กองกำลังตอบโต้ของนาโต ยังไม่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ แต่ทั้งหมดอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมสแตนด์บาย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ และหลายชาติพันธมิตรตะวันตกเพิ่มแรงกดดันรัฐบาลมอสโก ด้วยการคว่ำบาตรโดยตรงต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลรัสเซีย หลังเข้ารุกรานยูเครน ประเทศเพื่อนบ้าน
โดยเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐฯ แถลงว่า รัฐบาลวอชิงตันเตรียมบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย และนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย ด้วยการอายัดทรัพย์สินและห้ามเดินทาง
นอกจากนี้ ยังคว่ำบาตรบุคคลเพิ่มเติม ครอบคลุม สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซีย รวมถึง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและเสนาธิการกองทัพรัสเซีย
ก่อนหน้านี้นายโจเซฟ บอร์เรลล์ หัวหน้าด้านกิจการต่างประเทศสหภาพยุโรป เปิดเผยว่า สมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู (EU) เห็นชอบให้ขึ้นบัญชีประธานาธิบดีปูตินและนายลาฟรอฟ ในรายชื่อบุคคลที่อยู่ในรายการคว่ำบาตร พร้อมอายัดทรัพย์สินของทั้งคู่ที่มีอยู่ในประเทศสมาชิกอียู
อย่างไรก็ตาม มาตรการคว่ำบาตรของอียูต่อประธานาธิบดีปูตินและนายลาฟรอฟ ไม่ครอบคลุมคำสั่งห้ามเดินทาง
นอกเหนือจากสหรัฐฯ และอียูแล้ว แคนาดาก็เป็นประเทศล่าสุดที่ประกาศคว่ำบาตรผู้นำรัสเซีย หัวหน้าคณะทำงานและรัฐมนตรีต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนให้นำรัสเซียออกจากระบบธนาคารระหว่างประเทศที่เรียกว่า “SWIFT” ระบบโอนเงินที่ใช้ในสถาบันการเงินหลายพันแห่งทั่วโลก ซึ่งจะทำให้ธนาคารรัสเซียเผชิญความยุ่งยากในการทำธุรกิจในต่างประเทศ
ด้านนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษ เปิดเผยว่า รัฐบาลบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรตอบโต้ประธานาธิบดีปูติน และรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ด้วยการอายัดทรัพย์สินเช่นเดียวกัน