นาย จอห์น ลี ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารคนใหม่ของฮ่องกงได้จัดการปราศรัยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ โดย ลียอมรับว่าฮ่องกงมีปัญหาที่ฝังรากลึกมากมาย และ ได้ยืนยันว่าตนเองมีความตั้งใจที่จะใช้วิธีแก้ไข ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ พร้อมทั้งย้ำว่าจะต้องรักษาสถานะการเป็นเมืองนานาชาติของฮ่องกง พัฒนาความเป็นสังคมเสรีที่เปิดกว้าง และ เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และสังคมโลก
นอกจากจุดยืนที่ต้องการให้ฮ่องกงเป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และสังคมโลกแล้ว เมื่ิอวันพุธที่ผ่านมา ลี ยังส่งสัญญาณสนับสนุนให้เยาวชนที่เคยเข้าร่วมการเคลื่อนไหวต่อต้านจีนแผ่นดินใหญ่กลับมาใช้ชีวิตและทำงานตามปกติ โดยระบุว่าผู้ที่เคยกระทำความผิด และได้รับผิดตามกฎหมายแล้ว สมควรที่จะได้รับโอกาสกลับคืนสู่สังคมเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม
โดย ลีกล่าวว่า แนวนโยบายของตนเองที่ประกาศออกมาก่อนหน้านั้นเมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย ที่ผ่านมา ได้ร่างแผนการที่จะสนับสนุนให้ชาวฮ่องกงสามารถขยับสถานะทางสังคมให้สูงขึ้น และ จะสร้างโอกาสทำงานสำหรับคนหนุ่มสาวทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และองค์กรในภาครัฐของฮ่องกง
ขณะเดียวกัน ลี ยังสัญญาว่าจะทำให้เศรษฐกิจของฮ่องกงกลับมาดำเนินได้ตามปกติ หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แก้ปัญหาราคาที่อยู่อาศัยแพง ลดอัตราการว่างงาน และ เพิ่มความโปร่งใส
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญของความพยายามพลิกฟื้นฮ่องกงให้กลับมาเป็นเมืองที่คึกคักตามเดิมคือนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่และการปราบปรามผู้ที่ต่อต้านการปกครอง
โดยการที่รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่เห็นชอบให้ลี เป็นผู้สมัครเพียงหนึ่งเดียวของการเลือกตั้งหัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกงคนใหม่ถูกมองว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าการส่งเสริมธุรกิจ เนื่องจากลี เคยดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกง และไม่มีประสบการณ์ในด้านธุรกิจมาก่อน เหมือนหัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกงคนก่อนๆ
ส่วนประวัติคร่าวๆ ของ ลี ปัจจุบันมี อายุ 64 ปี เริ่มรับราชการตำรวจในฮ่องกงเมื่อปี 1977 โดยได้ทำงานในระดับปฏิบัติของหลายหน่วยงานเช่น หน่วยปราบปรามอาชญากรรม และหน่วยวางแผนและการพัฒนาบุคลากร รวมทั้งยังได้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ของสำนักงานตำรวจฮ่องกงทั้งผู้บัญชาการตำรวจเกาลูนตะวันตก ผู้ช่วยผู้บัญชาการสายงานอาชญากรรม ผู้อำนวยการสายความมั่นคง และ รองผู้บัญชาการตำรวจสายงานบริหาร
โดยในระหว่างที่เป็นตำรวจ ลียังสำเร็จการศึกษาปริญญาโทด้านนโยบายสาธารณะและการบริหารจากมหาวิทยาลัยชาร์ล สเติร์ท (Charles Sturt University) ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการศึกษาด้วยตัวเอง ที่ได้ทุนจากสำนักงานตำรวจฮ่องกง
นอกจากนี้ ในปี 2012 ลียังเข้าร่วมเป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารฮ่องกงโดยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคง และในปี 2017 ได้เลื่อนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเดียวกัน
โดย ในปี 2019 ลี ได้เสนอร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ถูกมองว่าเปิดช่องให้มีการส่งตัวผู้ที่เคลื่อนไหวต่อต้านจีนไปดำเนินคดีในแผ่นดินใหญ่ได้ แต่การผลักดันกฎหมายฉบับนี้เผชิญกระแสคัดค้านอย่างหนักจนเกิดการชุมนุมใหญ่หลายครั้ง จนสภานิติบัญญัติต้องถอนร่างกฎหมายออกไปในที่สุด
ก่อนที่ในปี 2021 ลี ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานงานด้านความมั่นคงได้ถูกรัฐบาลสหรัฐคว่ำบาตรพร้อมกับเจ้าหน้าที่ฮ่องกงคนอื่นๆอีก 11 คน ด้วยข้อหาบ่อนทำลายอำนาจปกครองตนเองของฮ่องกง และ จำกัดเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน
จากนั้นเมื่อเดือน เม.ย ได้ลาออกจาตำแหน่งดังกล่าวเพื่อลงสมัครเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกงคนใหม่ แทนที่นาง แครี แลม ผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบันที่ประกาศไม่ลงรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2
สำหรับขั้นตอนการเลือกตั้งหัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกงคนใหม่จำกัดสิทธิ์เฉพาะสมาชิกคณะกรรมการการเลือกตั้ง 1,500 คนเท่านั้น ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นคณะผู้เลือกตั้ง
ผู้สมัครต้องได้รับเสียงเห็นชอบจากสมาชิกคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างน้อย 188 คน จึงจะสามารถลงแข่งขันได้ และผู้ที่ได้ดำรงตำแหน่งต้องได้รับคะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่ง หรือ เกิน 750 คน โดยให้เหตุผลว่าต้อวการให้เวลากับครอบครัว โดยหัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกงคนใหม่จะเข้ามาทำหน้าที่อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี