คดีนี้ถือเป็นคดีที่สร้างความตกใจไปทั่วโลก และทำให้ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำบราซิล นั่งไม่ติดตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายดอม ฟิลลิปส์ (Dom Phillips) นักข่าวฟรีแลนซ์ชาวอังกฤษ วัย 57 ปี ที่ทำงานให้กับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดี้ยนของอังกฤษ และหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ของสหรัฐฯ และนายบรูโน เปเรรา (Bruno Pereira) ผู้เชี่ยวชาญด้านชนพื้นเมืองชาวบราซิล วัย 41 ปี ได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ระหว่างลงพื้นที่หาข้อมูลเขียนหนังสือ
ซีไอเอฟันธงเจ้าชายซาอุฯบงการฆ่านักข่าว
โดยพบเห็นครั้งสุดท้ายใกล้กับทางเข้าหุบเขาจาวารี (Javari Valley) ที่เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าพื้นเมืองที่ไม่ติดต่อกับโลกภายนอก และมีพรมแดนติดกับเปรู และโคลอมเบีย
บริเวณดังกล่าวมักจะถูกรุกล้ำโดยผู้ลักลอบทำประมง ล่าสัตว์ ตัดไม้ และขุดแร่ รวมถึงยังเป็นเส้นทางหลักในการขนยาเสพติดด้วย
ก่อนหน้านี้ ตำรวจบราซิลได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัย 2 คน คือ นายอะมาริลโด ดา คอสต้า (Amarildo da Costa) ชาวประมง และนายโอเซนีย์ ดา คอสต้า ที่เป็นน้องชาย โดยนายอะมาริลโดถูกจับกุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยข้อหาครอบครองอาวุธ ขณะที่นายโอเซนีย์ถูกควบคุมตัวเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (14 มิ.ย.)
พยานคนหนึ่งบอกกับตำรวจว่า พบเห็นสองพี่น้องยืนคุยกันตรงแม่น้ำ หลังจากที่นายฟิลลิปส์และนายเปเรราเดินผ่านไปไม่นาน ขณะที่รายงานข่าวระบุว่า นายอะมาริลโดมีปากเสียงกับนายเปเรราเรื่องที่พยายามจะจัดการกับการลักลอบทำประมงในพื้นที่ของชนพื้นเมือง
ด้านครอบครัวของผู้ต้องสงสัยปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการหายตัวไปของนักข่าวชาวอังกฤษ และไกด์ท้องถิ่น
ล่าสุด ทางการบราซิลเปิดเผยเมื่อวานนี้ (15 มิ.ย.) ว่า ผู้ต้องสงสัยได้สารภาพว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าและหั่นศพทั้งสองคน ก่อนจะพาตำรวจไปยังจุดที่ฝังศพ ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในป่า 3 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่พบศพมนุษย์สองศพ และกำลังอยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ทางนิติเวช เพื่อยืนยันตัวตน
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ประท้วงได้รวมตัวเดินขบวนในเมืองมาเนาส์ (Manaus) เพื่อเรียกร้องให้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ และกดดันรัฐบาล
นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิ์และเสรีภาพสื่อระบุว่า ในบราซิล มีรูปแบบที่ชัดเจนของการคุกคามและการทำร้ายนักข่าวและนักกิจกรรมที่รายงานประเด็นสิ่งแวดล้อมและการละเมิดสิทธิของชาวพื้นเมือง และทางการยังไม่มีกลไกที่มีประสิทธิภาพที่จะปกป้องคนเหล่านี้ สอดคล้องกับบทบรรณาธิการของเดอะการ์เดี้ยนเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ระบุว่า "การดำเนินการของทางการบราซิลเชื่องช้าและน่าผิดหวังที่สุด"
ภาพจาก AFP