งานวิจัยนี้เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในวารสาร บีเอ็มเจ โอเพ่น เรสปิเรทอรี รีเสิร์ช (BMJ Open Resipiratory Research) ซึ่งศึกษาข้อมูลประวัติสุขภาพประชาชนในรัฐออนแทรีโอของแคนาดา อายุระหว่าง 12 – 65 ปี จำนวน 3 หมื่นคน ในช่วงเวลา 6 ปี
พบว่า ผู้ใช้กัญชามีโอกาสเข้าห้องฉุกเฉินหรือต้องเข้าโรงพยาบาลสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้กัญชา 22 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผลการศึกษานี้ยังเป็นจริง แม้ว่าจะปรับการวิเคราะห์โดยคำนึงถึงตัวแปรอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อการศึกษาแล้ว 30 ตัวแปร เช่น การใช้ยาเสพติด ดื่มสุรา และสูบบุหรี่
"อูเบอร์" เปิดให้สั่งกัญชาผ่านแอปฯ เริ่มแคนาดาที่แรก
นายโวโซริสบอกด้วยว่า การบาดเจ็บทางร่างกายเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเข้าโรงพยาบาลและห้องฉุกเฉินในกลุ่มผู้ใช้กัญชา ขณะที่ปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจตามมาติดๆ เป็นอันดับสอง
ทั้งนี้ ผลการศึกษาอีกชิ้นที่เผยแพร่เมื่อปีที่แล้วพบว่า ผู้สูบกัญชามีระดับสารพิษที่เกี่ยวข้องกับการสูบหลายตัวในเลือดและปัสสาวะสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบ เช่น สารแนพทาลีนที่เกี่ยวข้องกับโรคโลหิตจาง และความเสียหายต่อระบบประสาทและตับ หรือสารอะคริลาไมด์ และสารอะคริโลไนไทรด์ ที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งและปัญหาสุขภาพอื่นๆ
ส่วนงานวิจัยอีกชิ้นที่จัดทำเมื่อปีที่แล้วเช่นกันพบว่า กลุ่มวัยรุ่นมีโอกาสที่จะมีเสียงผิดปกติในปอดขณะหายใจ หลังสูบกัญชา มากกว่าหลังสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า
สำหรับแคนาดานั้น อนุญาตให้ใช้กัญชาได้ทั้งทางการแพทย์และเพื่อการผ่อนคลาย โดยอนุญาตให้ครอบครองกัญชาได้สูงสุด 30 กรัม ขณะที่ปลูกได้บ้านละไม่เกิน 4 ต้น ใครจะผลิตต้องขออนุญาตจากรัฐบาลกลางก่อน ส่วนการจำหน่ายขออนุญาตจากรัฐบาลท้องถิ่น ทั้งนี้ มีการกำหนดอายุไว้ชัดเจนสำหรับผู้ที่เข้าถึงกัญชาได้ คือ ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
ภาพจาก AFP