อาคารห้างสรรพสินค้าที่โดนโจมตีด้วยขีปนาวุธอันทรงพลังของรัสเซีย ไฟไหม้โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงและรวดเร็ว บรรดาคนที่หนีตายออกมาได้พยายามหาทางช่วยคนที่ยังอาจติดอยู่ด้านใน ประมาณการณ์กันว่า มีคนมากกว่า 1,000 คนอยู่ในอาคารหลังนี้ในขณะที่ขีปนาวุธของรัสเซียพุ่งตรงเข้ามาทำลาย กว่า 1,000 คนคือพลเรือนผู้บริสุทธ์ที่พยายามจะใช้ชีวิตเป็นปกติธรรมดาต่อไปท่ามกลางสงคราม
เปลวไฟและควันจากระเบิดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีอย่างน้อย 3 ราย บาดเจ็บอีกหลายสิบราย ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีครั้งนี้แล้วอย่างน้อย 18 ราย
หนึ่งในผู้รอดชีวิตเล่าว่า ในขณะที่เขากำลังเดินซื้อข้าวของตามปกติ จู่ๆ อาคารทั้งหลังก็พังถล่มลงมา ในความโกลาหลวุ่นวาย ผู้คนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เขาเล่าว่า มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถูกแรงกระแทกฟาดลงพื้น เขาและคนอื่นๆ ที่พอมีสติ ได้พยายามช่วยเหลือเด็กน้อยคนนั้นได้
หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำของยูเครนได้ออกมาแถลงการณ์ประณามการกระทำของรัสเซีย โดยผู้นำยูเครนกล่าวว่า พื้นที่ศูนย์การค้าที่ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธนี้ ไม่ได้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ใดๆ ไม่ได้เป็นภัยอันตรายใดๆ ต่อกองทัพรัสเซียเลย การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการก่อการร้าย
ล่าสุดอิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ออกมาแถลงว่า รัสเซียไม่ได้โจมตีห้างสรรพสินค้าดังกล่าว แต่สาเหตุของเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้านั้นเกิดจากการที่รัสเซียโจมตีคลังเก็บอาวุธในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้ห้างดังกล่าวโดนสะเก็ดระเบิดและกระสุนในคลัง
การโจมตีศูนย์การค้าในเมืองเครเมนชุกเกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจากรัสเซียหันกลับมาโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน โดยการโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาถือเป็นการโจมตีเมืองหลวงยูเครนครั้งแรกครั้งแรกในรอบเกือบ 1 เดือน โดยรัสเซียใช้วิธียิงขีปนาวุธจากเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์หรือ Strategic Bomber รุ่น TU-22M3 โจมตีมาจากน่านฟ้าของเบลารุส เป้าหมายของขีปนาวุธคือ อาคารที่พักอาศัยและโรงเรียนอนุบาล มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 5 คนรวมถึงเด็กๆ
หลังเคียฟถูกโจมตี ผู้นำยูเครนออกมาร้องขอระบบป้องกันขีปนาวุธจากบรรดาชาติพันธมิตรตะวันตก โดยระบุว่า ยูเครนจำเป็นต้องใช้สิ่งนี้ปกป้องชีวิตพลเรือนจากการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย ผ่านไปเพียงวันเดียว ห้างสรรพสินค้าในเมืองเครเมนชุกพร้อมพลเรือนอีกกว่า 1 พันชีวิตก็ตกเป็นเป้าหมายในการโจมตี นอกจากที่ห้างสรรพสินเครเมนชุกแล้ว มีรายงานว่ารัสเซียได้โจมตีแคว้นคาร์คีฟ ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนอย่างหนักเช่นกัน
โดยเป้าหมายที่โดนโจมตีในครั้งนี้คือ โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในแคว้นคาร์คีฟ เมื่อวานนี้ ที่นี่โดนกองทัพรัสเซียโจมตีด้วยขีปนาวุธอิสคันเดอร์ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์การโจมตีในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม อาคารของโรงเรียนได้รับความเสียหายจากขีปนาวุธอย่างหนัก บางส่วนโดนไฟไหม้ บางส่วนพังถล่มลงมา ด้านประชาชนให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า พวกเขาไม่เข้าใจว่า เหตุใดรัสเซียจึงเลือกที่จะโจมตีโรงเรียน
นอกจากโรงเรียนแล้ว มีรายงานว่า กองทัพรัสเซียได้โจมตีใส่หมู่บ้านของพลเรือนในแคว้นคาร์คีฟด้วยเช่นกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 22 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กถึง 5 ราย
เมื่อวานนี้ สำนักงานตำรวจของยูเครนได้เผยแพร่วิดีโอความเสียหายในหมู่บ้านแห่งในเมืองโอเดสซา หลังจากที่กองทัพรัสเซียได้ยิงขีปนาวุธถล่มพื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัยของพลเรือน
ข้อมูลทางการรายงานว่า มีบ้านของประชาชน 3 หลังได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 8 ราย จากการโจมตีในครั้งนี้ ประชาชนบางคนบอกว่า พวกเขาไม่เหลืออะไรแล้ว ทรัพย์สินที่มีถูกทำลายหมด
เมื่อวานนี้ อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ออกแถลงว่า รัสเซียไม่ได้เป็นผู้โจมตีอาคารบ้านเรือนของปะชาชนในกรุงเคียฟเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ความเสียหายดังกล่าวนั้น เกิดจากความผิดพลาดของระบบป้องกันขีปนาวุธทางอากาศของฝั่งยูเครนเอง เพราะในวันนั้น รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธความแม่นยำสูงจริง แต่เป้าหมายนั้นเพื่อโจมตีโรงงานอาวุธ
โฆษกกลาโหมกล่าวเสริมว่า ขีปนาวุธความแม่นยำสูงทั้ง 4 ลูกที่รัสเซียโจมตีออกไปนั้น พุ่งไปยังเป้าหมายและทำลายเป้าหมายจนราบคาบ ไม่มีพื้นที่ของพลเรือนได้รับความเสียหายจากการโจมตีของรัสเซีย