ข้อมูลจากเว็บไซต์ Gunpolicy.org ระบุว่า ในปี 2018 มีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนในญี่ปุ่นเพียง 8 คน หรือคิดเป็น 0.01 ต่อประชากร 100 คน ขณะที่ข้อมูลปี 2019 ระบุว่า ญี่ปุ่นมีปืนที่อยู่ในการครอบครองของพลเรือน 310,400 กระบอก หรือคิดเป็น 0.25 ต่อประชากร 100 คน
นั่นเป็นเพราะการจะครอบครองปืนในญี่ปุ่นนั้นเป็นเรื่องยากมาก นอกจากตำรวจและทหารแล้ว ประชาชนในญี่ปุ่นจะไม่สามารถซื้อปืนพกหรือปืนไรเฟิลได้
อย่างไรก็ตาม คนญี่ปุ่นยังสามารถซื้อปืนลูกซองหรือปืนไรเฟิลอัดลมได้ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด คือ ต้องเข้ารับการอบรมและผ่านการสอบข้อเขียน และต้องทำคะแนนสอบยิงในสนามยิงปืนได้ไม่ต่ำกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นก็ต้องผ่านการประเมินสุขภาพจิตที่โรงพยาบาล ตรวจสอบประวัติ ซึ่งทางการจะดูทั้งประวัติอาชญากรรมไปจนถึงสอบถามข้อมูลจากเพื่อนและครอบครัวของผู้ต้องการครอบครองปืน
เมื่อได้รับอนุญาตครอบครองอาวุธปืนแล้ว หากไม่ได้ใช้ก็งานต้องเก็บไว้ในที่ที่ล็อกกุญแจแน่นหนา และทุกๆ สามปี ผู้ได้รับอนุญาตต้องรับการอบรมและสอบข้อเขียนใหม่
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมีแนวคิดที่ว่า ยิ่งมีปืนในระบบน้อยผู้เสียชีวิตก็จะน้อยตามไปด้วย โดยแต่ละจังหวัด จะมีร้านขายปืนได้ไม่เกิน 3 แห่ง และการจะซื้อกระสุนใหม่ก็ต้องเอาซองกระสุนเปล่ามาแลก ขณะที่หากเจ้าของปืนเสียชีวิต ญาติต้องนำปืนของผู้ตายมามอบให้ทางการ
ส่วนตำรวจเอง หากอยู่นอกเวลาปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืน และการเผชิญหน้ากับผู้ต้องสงสัยส่วนใหญ่ก็จะใช้ศิลปะป้องกันตัว หรืออาวุธทุบตีมากกว่า
ย้อนเหตุสังหาร อดีตนายกฯญี่ปุ่น "ชินโซ อาเบะ"
"บิ๊กตู่" ยันรปภ.เข้มข้นอยู่แล้ว หลังเหตุลอบยิง "ชินโซ อาเบะ"
จับตา! มาตรการปิดโรงเรียน หลังพบโควิดระบาดหนักในเด็ก