ทำเนียบประธานาธิบดีตุรกีเรเซป เทยยิป เออร์โดอัน เปิดเผยว่า รัสเซีย ยูเครน และตุรกี จะรวมตัวกันในวันนี้ เพื่อลงนามข้อตกลงการส่งออกธัญพืชของยูเครน ที่เสนอโดยสหประชาชาติเพื่อเพิ่มการส่งออกธัญพืช จากท่าเรือทะเลดำของยูเครนที่ถูกปิดล้อมจากรัสเซีย
สอดคล้องกับ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งประกาศก่อนหน้านี้ว่าเขาจะเดินทางไปนครอิสตันบูลของตุรกีในวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น
โดยอันโตนิโอจะเข้าร่วมการลงนามดังกล่าวพร้อมกับประธานาธิบดีเรเซป เทยยิป เออร์โดอัน ที่พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce) ในช่วงเวลาบ่ายโมงครึ่งตามเวลามาตรฐานสากล
ด้านโฆษกของประธานาธิดีตุรกี ยืนยันว่า ข้อตกลงการส่งออกธัญพืชที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงด้านอาหารของโลกจะลงนามในวันพรุ่งนี้ในนครอิสตันบูล ภายใต้การดูแลของประธานาธิบดีเรเซป เทยยิป เออร์โดอัน และอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ร่วมกับคณะผู้แทนของยูเครนและรัสเซีย อย่างไรก็ตามโฆษกทำเนียบเครมลินปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับการประกาศของตุรกีในประเด็นดังกล่าว
ทั้งนี้รัสเซียและยูเครนถือเป็นซัพพลายเออร์ข้าวสาลีรายใหญ่ของโลก จากข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า ยูเครน ถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญของแหล่งอาหารโลก ที่ส่งออกข้าวสาลีไปยังประเทศต่างๆ โดยมอลโดวานำเข้าข้าวสาลีจากยูเครนเป็นอันดับ 1 สูงถึง 92 % ตามด้วย เลบานอนนำเข้าจากยูเครน 81 % และการ์ตา 64 % ซึ่งผลพวงของการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ได้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก และทำให้ราคาอาหารดีดตัวพุ่งสูงขึ้น
ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติกำลังเดินหน้าแผนช่วยยูเครนส่งออกสต็อกธัญพืชหลายล้านตันที่ติดอยู่ที่ท่าเรือทะเลดำของยูเครนอันเนื่องมาจากสงคราม ซึ่งตรงนี้จะสามารถช่วยบรรเทาวิกฤตอาหารโลกได้ เนื่องจากเวลานี้มีธัญพืชอย่างน้อย 22 ล้านตันติดอยู่ในยูเครน
โฆษกสหประชาชาติระบุว่า เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติ และตุรกีพยายามทำข้อตกลงระหว่างรัสเซียและยูเครนให้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้กลับมาดำเนินการส่งออกธัญพืชของยูเครนทางทะเลดำได้ พร้อมระบุว่า หลายเดือนที่ผ่านมาทั่วโลกเกิดวิกฤตอาหาร และสิ่งที่พวกเขาพยายามทำคือข้อตกลงที่ให้ยูเครนละรัสเซียส่งออกธัญพืช และปุ๋ยไปยังตลาดโลกได้ เพราะสองสิ่งนี้จะช่วยบรรเทาวิกฤตด้านอาหาร และอาจช่วยชีวิตผู้คนได้นับแสน นับล้านคนได้
ส่วนความเคลื่อนไหวของผู้นำยูเครน ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า หวังว่าจะได้รับข่าวดีจากตุรกีเกี่ยวกับการปลดล็อกท่าเรือทะเลดำในการส่งออกธัญพืชด้วย
ทั้งนี้ตุรกีและสหประชาชาติได้ร่วมทำงานเป็นเวลา 2 เดือนเพื่อเจรจาข้อตกลงเพื่อดำเนินการส่งออกธัญพืชในทะเลดำของยูเครน และอำนวยความสะดวกในการขนส่งเมล็ดพืชและปุ๋ยของรัสเซีย
โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังการประชุม 4 ฝ่าย คือ รัสเซีย ยูเครน ตุรกีและสหประชาชาติ ก็ได้ข้อสรุปร่วมกัน โดยทุกฝ่ายจะร่วมกันตรวจสอบสินค้าอาหาร และการเกษตรที่ท่าเรือ ส่วนบทบาทของตุรกีคือการให้การรับรองความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งสินค้าในทะเลดำ และจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานระหว่าง รัสเซีย ยูเครน และสหประชาชาติด้วย