ความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่คุกรุ่นขึ้นจากการเดินทางไปเนยือนไต้หวันของ แนนซี เพโลซี ประธานรัฐสภาสหรัฐฯ ยังคงตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากเมื่อวานนี้ (5 ส.ค.) จีนได้ประกาศมาตรการระงับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในประเด็นความร่วมมือด้านต่าง ๆ
จีนยังประกาศคว่ำบาตรเพโลซีและสมาชิกในครอบครัวสายตรงของเธอ สำหรับสิ่งที่จีนเรียกว่าเป็น “การกระทำที่โหดร้ายและยั่วยุ” ของเธอ
"เกาะไต้หวัน"และความพร้อมทางการทหาร
มาตรการระงับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่ถูกระกาศออกมานี้ มีอยู่ด้วยกัน 8 ข้อ ดังนี้
1. ยกเลิกการเจรจาผู้บัญชาการกองทัพจีน-สหรัฐฯ
2. ยกเลิกการเจรจาประสานงานนโยบายกลาโหมจีน-สหรัฐฯ (DPCT)
3. ยกเลิกการประชุมหารือความปลอดภัยทางทะเลของจีน-สหรัฐฯ (MMCA)
4. ระงับความร่วมมือจีน-สหรัฐฯ ในการส่งตัวผู้อพยพผิดกฎหมายกลับประเทศ
5. ระงับความร่วมมือจีน-สหรัฐฯ ด้านความช่วยเหลือทางกฎหมายในคดีอาญา
6. ระงับความร่วมมือจีน-สหรัฐฯ ในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ
7. ระงับความร่วมมือจีน-สหรัฐฯ ในการปราบปรามยาเสพติด
8. ระงับการเจรจาจีน-สหรัฐฯ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การประกาศ “มาตรการรับมือ” นี้เกิดขึ้นในขณะที่จีนจัดซ้อมรบครั้งใหญ่รอบเกาะไต้หวัน และได้มีการยิงขีปนาวุธ “ข้าม” เหนือเกาะไต้หวัน ทำให้ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบไต้หวันร้อนระอุขึ้นไปอีกระดับ
ทำเนียบขาวกล่าวว่า ได้เรียกเอกอัครราชทูตจีนประจำวอชิงตันเพื่อประณามพฤติกรรม “ขาดความรับผิดชอบ” ของจีนที่มีต่อไต้หวัน แต่เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตจีนรายหนึ่งในกรุงวอชิงตันกล่าวว่า ทางเดียวที่จะพ้นวิกฤตนี้ได้คือให้สหรัฐฯ “แก้ไขข้อผิดพลาดและขจัดผลกระทบร้ายแรงจากการเยือนของเพโลซี”
นักวิเคราะห์กล่าวว่า การยุติความร่วมมือบางอย่างระหว่างทั้งสองประเทศโดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทหาร อาจจะทำลายสิ่งที่ทำเนียบขาวเรียกว่า “รั้วกั้น” ระหว่างสองประเทศ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ลุกลามจนควบคุมไม่ได้
เซโน เลโอนี ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันประเทศจากคิงส์คอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่า “มาตรการเหล่านี้จะลดโอกาสที่สหรัฐฯ และจีนจะหาแนวทางในการรักษาสันติภาพร่วมกันได้ ... ตอนนี้รัฐที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกทั้งสองแห่งไม่สามารถพูดคุยตกลงกันได้”
ด้าน แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ บอกกับที่ประชุมอาเซียนเมื่อวานนี้ว่า ปฏิกิริยาของจีนถือเป็นการ “ยั่วยุอย่างโจ่งแจ้ง” เขาบอกว่า “ความจริงก็คือ การเยือนของเพโลซีนั้นเป็นไปด้วยความสงบ ไม่มีเหตุผลสำหรับการตอบสนองทางทหารที่รุนแรงเช่นนี้”
ขณะที่ หวังฮุยเย่า ที่ปรึกษารัฐบาลจีน กล่าวว่า จีนมองว่าการมาเยือนไต้หวันของเพโลซีเป็นหลักฐานว่า สหรัฐฯ ได้ทำลาย “รั้วกั้น” นั้นไปแล้ว เขากล่าวว่า จีนถือว่าปัญหาของไต้หวันเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” สำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างทั้งสองประเทศ และการเยือนของเธอจะทำให้นักการเมืองระดับสูงคนอื่น ๆ เดินทางไปไต้หวันในอนาคต
“จีนมองว่า การมาเยือนครั้งนี้ของเพโลซีเป็นความพยายามที่ชัดเจนในการรื้อ ‘รั้วกั้น’ ตั้งแต่แรก” หวังฮุยเย่าบอก
เขากล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของจีนไม่ใช่การทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนโดยสิ้นเชิง “มาดูกันว่าผู้นำของจีนและสหรัฐฯ จะได้พบกันในการประชุม G20 และเอเปกในปลายปีนี้หรือไม่ ... สิ่งที่เราเห็นตอนนี้ก็เหมือนสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน มีการเก็บภาษีและภาษีตอบโต้ อาจยังมีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองประเทศจะมีการเจรจาระดับสูงกันอีกครั้ง”
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP