เมื่อวานนี้ ( 8 ส.ค.) โคลิน คาห์ล ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกมาประกาศว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะให้ความช่วยด้านอาวุธแก่ยูเครนเพิ่มอีก โดยคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือราว 36,000 ล้านบาท)
ทำให้ตอนนี้ยอดความช่วยเหลือที่สหรัฐฯ ส่งให้ยูเครนมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือราว 3 แสน 6หมื่นล้านบาท) แล้ว
โดยความช่วยเหลือที่สหรัฐฯ จะส่งไปให้แก่ยูเครนรอบนี้ประกอบด้วยอาวุธหลายประเภท
รวมถึงระบบต่อต้านอากาศยานพิสัยกลางที่เรียกว่า นาซัม (NASAMS; Norwegian Advanced Surface-to-Air Missile System) ซึ่งมีพิสัยการยิงประมาณ 33 กิโลเมตร
ในวันที่สหรัฐฯ ประกาศส่งความช่วยเหลือด้านอาวุธเพิ่มเติมให้ยูเครน รัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตีพื้นที่ต่าง ๆ ของยูเครนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายหลักของปฏิบัติการอย่างทางภาคตะวันออกและภาคใต้ของยูเครนเริ่มต้นด้วยสถานการณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นี่คือภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นในแคว้นคาร์คีฟ หลังถูกรัสเซียโจมตีด้วยขีปนาวุธอูรากันเมื่อวานนี้ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย
ถัดลงมาทางตอนใต้ของแคว้นคาร์คีฟ บริเวณเมืองสวิตลาดาร์สก์ของแคว้นโดเนตสก์ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ภายใต้การครอบครองของรัสเซีย
เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า ตอน 2 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น เมืองแห่งนี้ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจำนวน 8 ลูก โดย 2 ลูกเป็นขีปนาวุธจากระบบขีปนาวุธหลายลำกล้องรุ่นอูรากัน 220 มิลลิเมตร ส่วนอีก 6 ลูกเป็นขีปนาวุธจากระบบไฮมาร์ส
ผลจากการโจมตีครั้งนี้ทำให้อาคารบ้านเรือนเสียหาย แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอย่างเป็นทางการออกมา
ถัดลงมาทางภาคใต้ของยูเครน ตอนนี้จุดที่ทุกฝ่ายเป็นกังวลคือ แคว้นซาโปริซเซีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป เพราะมีข่าวการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้หลายครั้งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
เมื่อวานนี้ อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ได้ออกมารายงานว่า กองทัพยูเครนคือผู้ที่โจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครน ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้และโต้กลับรัสเซียทันทีว่า รัสเซียต่างหากคือผู้ที่โจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และรัสเซียควรถูกคว่ำบาตรรอบใหม่จากกระทำดังกล่าว
ในขณะเดียวกัน จิวเฮนิจ ซิมบัลจูค (JEWHENIJ ZYMBALJUK) ผู้แทนของยูเครนประจำทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA ออกมาเตือนว่าสถานการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียอยู่ในภาวะอันตรายมาก
โดยเขาย้ำว่า การที่รัสเซียไปตั้งค่ายทหารบริเวณนั้นถือเป็นเรื่องที่อันตราย เนื่องจากในพื้นที่โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์มีวัสดุติดไฟอยู่ หากโรงไฟฟ้าเกิดระเบิด สารมันตรังสีจะส่งผลกระทบไปทั่วทวีป
อีกคนหนึ่งที่ออกมาพูดถึงเรื่องสถานการในโรงไฟฟ้าคือ เปโตร โคติน ผู้อำนวยการบริษัทเอเนียร์ กอ อะตอม ซึ่งเป็นบริษัทที่กำกับดูแลกิจการของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย
เปโตรพูดไปในทิศทางเดียวกับผู้แทนของ IAEA ว่า สถานการณ์ที่โรงไฟฟ้าอันตรายมาก หากเกิดเหตุระเบิดขึ้นหายนะจะรุนแรงกว่าที่เชอร์โนบิล เพราะที่โรงงานไฟฟ้าซาโปริซเซียมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 6 เครื่อง
โดยเขาระบุว่าวิธีหนึ่งที่จะทำให้ทุกคนปลอดภัยคือ ทำให้พื้นที่บริเวณโรงไฟฟ้าในระยะ 5 กิโลเมตรเป็นเขตปลอดทหาร
นอกจากแคว้นซาโปริซเซียจะมีประเด็นเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แล้ว ล่าสุดมีสัญญาณมาว่าหน่วยงานทางการของแคว้น ซึ่งถูกปกครองโดยคนของรัสเซียว่า แคว้นซาโปริซเซีย มีแผนจะแยกตัวออกจากยูเครน
เมื่อวานนี้ เยฟกนี บาลิตสกี ผู้ว่าการแคว้นซาโปริซเซียออกมาแถลงว่า ตอนนี้ตนเองได้ลงนามในกฤษฎีกาของคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางของแคว้น เพื่อให้กกต.เริ่มทำงานเกี่ยวกับการจัดประชามติเรื่องการรวมภูมิภาคเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวดูเหมือนจะไม่ง่าย เพราะประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนออกมาประกาศโต้กลับทันทีว่า ถ้ารัสเซียเปิดการทำประชามติแยกดินแดน ยูเครนจะไม่มีทางยอมและจะเจรจาใด ๆ กับรัสเซียในอนาคตอีก