คำตัดสินดังกล่าวเป็นการตัดสินครั้งสุดท้าย โดยก่อนหน้านี้ นาจิบ ราซัค ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 12 ปี ด้วยความผิด 7 ข้อหาทั้งข้อหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจในทางที่ผิด ,ข้อหาเกี่ยวกับการละเมิดต่อหน้าที่ ข้อหาฐานฟอกเงิน ผ่านการโอนจากบริษัทเอสอาร์ซี อินเตอร์เนชันแนล บริษัทลงทุนด้านพลังงาน ที่เคยอยู่ภายใต้สังกัด กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย หรือ 1Malaysia Development Berhad (1MDB)
ต่อมา เขาพยายามยื่นชั้นศาลอุทธรณ์แต่ศาลมีมติเป็นเอกฉันท์ ปฏิเสธคำร้อง
ซึ่งทำให้เขาต้องถูกนำตัวเข้าเรือนจำทันทีเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของมาเลเซียที่ต้องเข้าคุก
รัฐบาลภายใต้การนำของนายนาจิบได้จัดตั้งกองทุน 1MDB วงเงิน 6.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2552 โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของมาเลเซีย ต่อมากระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของมาเลเซียยักยอกเงินราว 4,500 ล้านดอลลาร์จากกองทุน 1MDB ในระหว่างปี 2552-2557 จนนำไปสู่การสอบสวนนายนาจิบในมาเลเซีย
สำหรับ คดีทุจริตกองทุน 1MDB ของมาเลเซียกลายเป็นคดีอื้อฉาวระดับโลก หลังพบการโอนเงินจากกองทุนเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซักกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยกองทุน 1MDB ซึ่งเป็น กองทุนที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2009 ในสมัยที่นาจิบ ราซัค เป็นนายกรัฐมนตรี มีจุดประสงค์เพื่อนำเงินของรัฐไปลงทุนหาผลตอบแทนให้แก่ประเทศ
นักลงทุนคาด “เฟด” รุกขึ้นดอกเบี้ยแรง 0.75% กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก
เปิดโปรแกรม "วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย" ลุยศึก เอวีซี คัพ 2022