ชีวิตที่เปลี่ยนไป ภายใต้ 6 เดือนของสงครามในยูเครน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

6 เดือนเต็มหลังรัสเซียกรีฑาทัพเข้าบุกยูเครน ชาวยูเครนกว่า 10 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยหนีตายออกนอกประเทศ ที่ยังอยู่ก็ต้องใช้ชีวิตต่อด้วยความยากลำบากเพราะบ้านเมืองเสียหายย่อยยับไม่นับรวมบาดแผลทางด้านจิตใจที่เกิดขึ้นจากการเห็นและเผชิญความโหดร้ายของสงคราม และ สงครามเปลี่ยนชีวิตของผู้คนอย่างสิ้นเชิง

24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินปรากฎตัวทางโทรทัศน์แห่งชาติ ประกาศสิ่งที่เรียกว่า “ปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร” ต่อยูเครน โดยให้เหตุผลสั้นๆว่า ไม่มีทางเลือกใดแต่จำเป็นต้องป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากยูเครนยุคใหม่

รัสเซียกรีฑาทัพอันเกรียงไกรเข้ายูเครนตามแผนที่วางไว้ ตีโอบล้อมจาก 3 ด้าน ทั้งทางตะวันออก เหนือและใต้ เป้าหมายคือ ยึดเมืองหลวงของยูเครน ล้มล้างรัฐบาลของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีให้ได้

เมืองใหญ่ของยูเครนตั้งแต่ตะวันออกอย่างคาร์คีฟ เรื่อยยาวจนถึงทางใต้อย่างโอเดสซาถูกมิสไซล์ถล่มแบบไม่ยั้งที่เคียฟ เมืองหลวง ไซเรนเตือนภัยดังก้องสลับกับเสียงระเบิดและเพลิงที่ลุกไหม้ ผู้คนพากันอพยพหนีตาย หลบซุกตัวอยู่ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หลุมหลบภัยขบวนรถหุ้มเกราะยาวเหยียดกว่า 64 กิโลเมตรของรัสเซียตะลุยเข้ามาจ่อคอหอย ห่างจากกรุงเคียฟเพียง 40 กิโลเมตรเท่านั้น

ประเมินจากสถานการณ์และกำลังทางการทหาร ยูเครนน่าจะพ่ายอย่างง่ายดาย เมืองหลวงของประเทศกำลังจะแตกตามแผนการณ์ที่ประธานาธิบดีปูตินวางไว้

แต่การปรากฏตัวของประธานาธิบดีเซเลนสกีในวันที่ 2 ของสงครามบ่งชี้ว่า รัสเซียประเมินผิด ยูเครนโต้กลับอย่างดุเดือดด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่  การฮึดสู้ของยูเครนทำให้อาวุธจากชาติพันธมิตรหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

1 เดือนผ่านไป กองทัพรัสเซียถอยร่นกลับไปตั้งหลักที่แนวชายแดน ก่อนจะประกาศทำสงครามในเฟสที่ 2 มุ่งยึดพื้นที่เฉพาะทางภาคใต้และภาคตะวันออกของยูเครน

ชาติตะวันตกระดมส่งอาวุธมามากขึ้นอีก ยูเครนต้านทานแสนยานุภาพของรัสเซียได้มากและนานขึ้น สงครามถูกลากยาวมาเป็นเวลา 6 เดือน 10 ล้านคนจากประชากรที่มีอยู่ 44 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัย ที่ยังอยู่ต้องปรับตัว

ในวันนี้คาร์คีฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครนยังคงตกเป็นเป้าโจมตีป้ายรอรถประจำทางทุกจุดของเมืองจึงถูกปรับให้กลายสภาพเป็นบังเกอร์ หลังถูกถล่มด้วยขีปนาวุธและทำให้คนที่รอรถแบบนี้เสียชีวิตหลายรายแล้ว การปรับเปลี่ยนแบบนี้ทำให้ชาวเมืองสบายใจขึ้น

บังเกอร์ตั้งตระหง่านกลางเมืองให้เดินเข้า ๆ ออกๆ ทุกวันเป็นความคุ้นชิน ผู้คนจำต้องปรับตัวอยู่กับสงครามเพื่อรักษาชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัย

ส่วนนี่คือโรงพยาบาลแม่และเด็กแห่งหนึ่งในเมืองมิโคลายิฟทางตอนใต้ อีกเมืองที่เป็นเป้าหมายสำคัญของรัสเซีย

อุปกรณ์ทางการแพทย์ เตียงและคนไข้ถูกย้ายลงมาอยู่ชั้นใต้ดินเกือบ 5 เดือนแล้ว ทุกครั้งที่มีเสียงไซเรนดังขึ้น บรรดาคนท้อง คนไข้ จะรีบเร่งย้ายหลบลงมาอยู่ในนี้ ผนังกระด้างของอิฐเปลือย  ข้าวของเครื่องใช้ตามมีตามเกิดและแสงไฟที่สลัวราง

ท่ามกลางอุณหภูมิที่เย็นและแสงที่น้อยกว่าปกติ หญิงสาวชาวยูเครนหลายคนคลอดลูกในห้องใต้ดินนี้ นาตาลี คุณแม่มือใหม่บอกว่ามีความสุข

ในยามสงครามที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและเสี่ยงตาย  ท่ามกลางเสียงระเบิดหวีดหวิว  อย่างน้อยที่สุด  ตัวเธอเองยังแข็งแรงมีลมหายใจ  ลูกสาวตัวน้อย ๆ ที่ถือกำเนิดมาอย่างปลอดภัย  เป็นเสมือนความหวังและเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ต่อไป 

ไกลออกไปไม่มากจากโรงพยาบาลแม่และเด็ก ที่นี่คือชีวิตของทหารในแนวหน้าสงคราม หลุมบังเกอร์มีแสงส่องสว่างรำไร บรรดาทหารที่เหนื่อยล้าเอนกายลงบนเตียงสนามสองชั้นในห้องแคบ ๆ หลังกลับจากการลาดตระเวน เกือบทุกคนมีอาชีพอย่างอื่นก่อนมาจับปืน พวกเขาแทบจำไม่ได้ว่านานเท่าใดแล้วที่ต้องกรำศึกสงคราม แต่ก็หวังไว้ว่าจะต้องมีชีวิตแบบนี้อีกไม่นาน

6 เดือนผ่านไป ชีวิตของผู้คนในสงครามเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงในแทบทุกมิติ  6 เดือนที่อาจจะผ่านไปอย่างรวดเร็วสำหรับคนภายนอก แต่กับชาวยูเครน นี่เป็นช่วงเวลาที่ยื้ดเยื้อยาวนาน

แต่ถึงกระนั้น ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป เพราะใต้ความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวด ชีวิตก็ยังเป็นชีวิตที่มีความหวัง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ