นางรอสมาห์ มานซอร์ (Rosmah Mansor) ภริยาวัย 70 ปี ของอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค เดินทางมาฟังคำวินิจฉัยตัดสินของศาลสูงในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าวันนี้
ผู้พิพากษามีคำตัดสินว่าเธอมีความผิดจริงทั้ง 3 กระทง ในคดีเรียกรับสินบน แลกกับการให้บริษัทเอกชนชนะประมูลโครงการของรัฐบาล ระหว่างที่นายนาจิบดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยให้รับโทษจำคุกรวม 10 ปี และปรับเป็นเงินอีก 970 ล้านริงกิต หรือเกือบ 8,000 ล้านบาท แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเธอจะรับโทษจำคุกเมื่อใด หรือศาลอนุญาตจะให้ชะลอการลงโทษระหว่างรอยื่นอุทธรณ์หรือไม่
อัยการระบุว่า นางรอสมาห์เรียกรับสินบนจำนวน 187.5 ล้านริงกิต หรือประมาณ 1,545 ล้านบาท ในปี 2016 และ 2017 เพื่อให้บริษัทเจปัก โฮลดิงส์ (Jepak Holdings) ชนะประมูลในโครงการจัดหาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้โรงเรียน 369 แห่ง ในพื้นที่ชนบทของรัฐซาราวัก ซึ่งเป็นโครงการมูลค่าหมื่นล้านบาทของรัฐบาลมาเลเซีย
นอกจากนี้ เธอยังถูกกล่าวหาว่ารับสินบนอีก 6.5 ล้านริงกิต หรือ 53 ล้านบาท จากเจ้าของบริษัทเจปัก โฮลดิงส์ ที่บ้านพักประจำตำแหน่งนายกฯ และที่บ้านพักส่วนตัวในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างเดือน ธ.ค. ปี 2016 - ก.ย. ปี 2017
หลังทราบคำตัดสิน นางรอสมาห์ซึ่งยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าถูกใส่ร้าย แสดงความเสียใจกับคำตัดสินของศาลในวันนี้ พร้อมทั้งร้องขอความเห็นใจในฐานะผู้หญิงที่ต้องเป็นช้างเท้าหน้าในบ้าน หลังจากที่สามีเข้ารับโทษจำคุก 12 ปี ในเรือนจำ
โดยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา รอสมาห์พยายามยื่นคำร้องต่อศาลสูง ขอให้เปลี่ยนผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน แต่ศาลยกคำร้อง
นอกจากคดีรับสินบนแล้ว นางรอสมาห์ยังถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินและเลี่ยงภาษีอีก 17 กระทงด้วย
สำหรับนางรอสมาห์เป็นที่รู้จักในฐานะอดีตสตรีหมายเลข 1 ที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา และเป็นเจ้าแม่ของแบรนด์เนม โดยเมื่อครั้งที่ตำรวจมาเลเซียบุกค้นบ้านในปี 2018 พบสร้อยเพชรและทองคำ มูลค่า 58 ล้านบาท มงกุฎอีก 14 อัน และกระเป๋าแอร์เมส 272 ใบ
ภาพจาก AFP