เยอรมนี มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง แสวงหาแหล่งพลังงานใหม่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตลอด 7 เดือนของสงครามในยูเครน เยอรมนีเป็นหนึ่งในชาติยุโรปที่ให้การสนับสนุนยูเครนมาตลอด ไม่ว่าจะด้วยการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย หรือส่งอาวุธที่ทันสมัยต่าง ๆ อย่างระบบป้องกันภัยทางอากาศให้แก่ยูเครน

ความช่วยเหลือดังกล่าวทำให้รัสเซีย ซึ่งเป็นคู่ค้าพลังงานรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนีไม่พอใจอย่างมาก และค่อย ๆ ลดปริมาณการส่งก๊าซลง ก่อนที่จะประกาศยุติการส่งก๊าซไปเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้เยอรมนีต้องแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่เพื่อทดแทนพลังงานรัสเซียที่หายไป โดยเป้าหมายของเยอรมนีในเวลานี้คือ กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง

เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี พร้อมด้วยคณะผู้แทนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ได้เดินทางไปเยือนตะวันออกกลางเพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ด้านพลังงาน

จุดหมายปลายทางแรกคือ ประเทศซาอุดีอาระเบีย พบกับโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่พระราชวังอัล-ซาลาม

มีการคุยกันเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างไฮโดรเจนสีเขียว ที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเยอรมนีระบุว่าสามารถทำสัญญานำเข้าจากซาอุดีอาระเบียได้อย่างมหาศาล

จากนั้นผู้นำเยอรมนีก็เดินทางต่อไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  และเข้าหารือกับชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน ประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนที่จะลงนามในสัญญาซื้อขายพลังงานที่ระบุว่า บริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) จะจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ให้กับสถานี LNG ลอยน้ำในเมืองฮัมบูร์กของเยอรมนี ซึ่งคาดว่าจะส่งมอบก๊าซชุดแรกที่มีปริมาณกว่า 137,000 ลูกบาศก์เมตรได้ช่วงปลายปีนี้

หลังการลงนาม นายกฯ ชอลซ์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า สัญญานี้จะเป็นหลักประกันว่า เยอรมนีจะมีก๊าซธรรมชาติในประเทศเพียงพอ

จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นายกฯ เยอรมนีได้เดินทางต่อไปยังประเทศกาตาร์ ประเทศสุดท้ายในการเยือนตะวันออกกลางรอบนี้และได้หารือร่วมกับ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ฮาหมัด อัล ธานี ผู้นำกาตาร์ในเรื่องเดิม คือขอซื้อพลังงานจากการ์ตา

นี่คือความพยายามของเยอรมนีในการเสาะหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการที่รัสเซียงดส่งก๊าซธรรมชาติให้อย่างสิ้นเชิงตั้งแต่เดือนที่แล้ว

แม้ว่ารัฐบาลกำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีพลังงานใช้จนผ่านช่วงฤดูหนาวนี้ แต่ชาวเยอรมนีบางส่วนก็ยังไม่พอใจ

เมื่อวานนี้ ( 25 ก.ย.) ชาวเยอรมนีจำนวนมากในเมืองลุบมิน  ได้รวมตัวประท้วงรัฐบาลโดยระบุว่า การมีก๊าซไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในประเทศที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

พวกเขาบอกว่า มาประท้วงเพื่อให้มีพลังงานใช้ และการที่จะทำเช่นนั้นได้ รัฐบาลควรยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

โครงการนอร์ดสตรีม 2 ที่ชาวเมืองลุบมินต้องการให้กลับมาเปิดใช้คือ ท่อส่งก๊าซที่มีความยาวกว่า 1,200 กิโลเมตร โดยโครงการนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2018 และเสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

โครงการนี้เป็นโครงการด้านพลังงาน ที่จะเชื่อมโยงการส่งก๊าซผ่านใต้ทะเลบอลติก ถูกออกแบบมาเพื่อการส่งก๊าซจากตะวันตกของรัสเซียไปยังทางเหนือเยอรมนี

นอร์ดสตรีม-2 โครงการที่ลงทุนสูงสุดโครงการหนึ่งบริษัทก๊าซพรอมของรัสเซียร่วมกับรัฐบาลรัสเซีย โดยใช้งบประมาณมากถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.66 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี เมกะโปรเจคนี้ถูกรัฐบาลเยอรมนีระงับการเปิดให้บริการไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่รัสเซียรุกรานยูเครน ทำให้ท่อนอร์ดสตรีม-2 ไม่มีก๊าซแม้แต่ลูกบาศก์เมตรเดียวไหลผ่าน

ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 6 เดือน โครงการนี้อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการล้มละลาย จนทำให้บริษัทต้องเลิกจ้างพนักงานไปหลายร้อยชีวิต

อย่างไรก็ดี ในขณะที่ชาวเยอรมันกำลังประท้วงอยู่นั้น ก็ได้มีหญิงสาวชาวยูเครนในเยอรมนี 3 คน เข้ามายืนหน้าเวที ประท้วงตอบโต้ผู้ชุมนุมกลุ่มนี้

โดยพวกเธอได้นำสก็อตเทปดำมาปิดปากและชูป้ายเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครน เช่น ภาพขีปนาวุธ หรือข้อความที่ว่า “รัสเซียคือรัฐก่อการร้าย” ไปจนถึง “ก๊าซเปือนเลือด”

หลังจากนั้นไม่นาน หญิงสาวทั้ง 3 รายได้ถูกเจ้าหน้าที่เชิญตัวออกจากบริเวณที่ชุมนุม เนื่องจากเกรงว่าจะถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทำร้าย

หนึ่งในหญิงสาวชาวยูเครนบอกว่า ที่ต้องออกมาทำเช่นนี้เป็นเพราะอยากให้ชาวเยอรมันกลุ่มนี้เห็นว่า โครงการนอร์ดสตรีมไม่ใช่แค่โครงการพลังงาน แต่เป็นโครงการที่แลกมาด้วยชีวิตของผู้คนในยูเครนที่ถูกรัสเซียสังหารระหว่างการรุกราน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ