ญี่ปุ่นจัดรัฐพิธีศพ"ชินโซ อาเบะ"ท่ามกลางเสียงคัดค้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วันนี้ที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่นมีการจัดงานใหญ่คือ งานรัฐพิธีศพอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ซึ่งถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมาระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งที่เมืองนารา โดยผู้ลงมือสังหารอ้างว่า โกรธแค้นที่นายอาเบะมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรลับที่ทำให้ครอบครัวเขามีปัญหาทางการเงิน

รัฐพิธีศพครั้งนี้มีแขกสำคัญจากต่างประเทศเข้าร่วมมากมาย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีอินเดียจนถึงรองประธานาธิบดีกมลา แฮริสของสหรัฐฯ

รัฐพิธีศพของชินโซ อาเบะเริ่มขึ้นในเวลา 14.00 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น ที่สนามกีฬา "นิปปอน บูโดกัง" ในกรุงโตเกียว สถานที่ที่ญี่ปุ่นมักใช้จัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่

ทางการญี่ปุ่นได้ระดมเจ้าหน้าที่ 20,000 นาย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยโดยรอบสถานที่จัดงาน

งานนี้มีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานกว่า 4,300 คน ในจำนวนนี้เป็นแขกจากต่างชาติราว 700 คน รวมถึงรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กมลา แฮร์ริส, นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดีย, นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบานีสของออสเตรเลีย และนายกรัฐมนตรีฮัน ด็อก-ซู ของเกาหลีใต้

ในภาพรวมมีอดีตผู้นำประเทศและผู้นำที่ยังคงดำรงตำแหน่งในปัจจุบันรวมมากถึง 50 คน ที่จะเดินทางไปร่วมงาน นอกจากคนระดับผู้นำแล้วนานาชาติยังส่งผู้แทนเข้าร่วมอีกด้วย เช่น จีนส่งอดีตรัฐมนตรีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปร่วมงาน

ส่วนภาพนี้คือ อากิเอะ อาเบะ ภริยาของชินโซ อาเบะ ถือโกศใส่อัฐิของสามีขึ้นมายังเวทีเพื่อเริ่มทำพิธี

ด้านนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ กล่าวคำอาลัยถึงอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะว่า เขาน่าจะมีอายุที่ยืนกว่านี้ หากไม่เสียชีวิตไปก่อน เขาน่าจะทำงานรับใช้ประเทศชาติต่อไปได้อีกนาน

ที่ด้านนอกพิธี มีจุดที่เปิดให้ประชาชนสามารถเดินทางมาวางดอกไม้เพื่อแสดงความเคารพและระลึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะเป็นครั้งสุดท้ายและทางการญี่ปุ่นได้จัดพิธียิงสลุตเพื่อเป็นเกียรติแก่อดีตผู้นำด้วย

จากภาพคือกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นยิงสลุตรวมทั้งสิ้น 19 นัด ท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงจากวงโยธวาทิต

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะยินดีกับรัฐพิธีครั้งนี้ เพราะในขณะที่พิธีดำเนินไป ชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งนัดกันออกมาประท้วงที่ถนนสายหลักของกรุงโตเกียว ประชาชนเหล่านี้ไม่พอใจที่ทางการตัดสินใจจัดรัฐพิธีดังกล่าว พวกเขาออกมาเดินขบวน ชูป้าย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของตำรวจ

การประท้วงแบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมจำนวนคนที่ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยมีมากถึง 10,000 คน

รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาบอกถึงเหตุผลในการจัดงานในรูปแบบรัฐพิธีว่า ไม่เพียงแต่ให้เกียรติยกย่องอดีตผู้นำญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้โลกเห็นว่าญี่ปุ่นจะปกป้องต่อประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุด และจะไม่ยอมจำนนต่อความรุนแรง ประเด็นหลักที่คนไม่พอใจมาจากค่าใช้จ่ายในการจัดงานที่สูงมาก

ส่วนประเด็นรองลงมาคือข้อกังขาต่อความสำเร็จของชินโซ อาเบะ เนื่องจากปกติแล้วรัฐพิธีจะจัดให้กับสมาชิกราชวงศ์เท่านั้น และที่ผ่านมานับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองมีผู้นำเพียงคนเดียวที่ได้รับเกียรตินี้คือ อดีตนายกรัฐมนตรีชิเงรุ โยชิดะ ผู้นำพาประเทศให้ฟื้นตัวจากสงคราม

ประเด็นค่าใช้จ่าย รัฐบาลญี่ปุ่นใช้เงินภาษีประชาชนในการจัดรัฐพิธีดังกล่าวถึง 1,650 ล้านเยน หรือกว่า 433 ล้านบาท

ทำให้ชาวญี่ปุ่นก็พากันตั้งคำถามว่าทำไม งานรัฐพิธีศพของชินโซ อาเบะถึงมีราคาแพงกว่าพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งแม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัด แต่สื่ออังกฤษคาดการณ์ว่ามีใช้จ่าย ราว 8 ล้านปอนด์ หรือราว 1,300 ล้านเยน (341 ล้านบาท)

ด้านรัฐบาลระบุว่า ค่าใช้จ่ายราวครึ่งหนึ่งใช้ไปกับการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากงานนี้จะมีแขกเหรื่อคนสำคัญจากต่างประเทศเดินทางมา ส่วนอีกด้านที่งบประมาณส่วนใหญ่ใช้ไปคือ เพื่อดูแลรับรองแขกจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามงบในการจัดรัฐพิธีศพ 1,650 ล้านเยนที่ว่าแพงแล้ว อาจแพงได้มากกว่า เนื่องจากชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งเชื่อว่า เมื่อจบงานงบอาจบานปลาย โดยอ้างอิงจากค่าใช้จ่ายของงานโตเกียวโอลิมปิก ที่ท้ายที่สุดแล้วใช้เงินไปมากถึง 13,000 ล้านเยน คิดเป็นสองเท่าของงบที่ตั้งไว้

ความไม่พอใจยังมาจากการที่รัฐพิธีศพอันยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำและอัตราเงินเฟ้อสูงที่สุดในรอบหลายสิบปี ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงมองว่า ควรนำเงินก้อนนี้มาช่วยเหลือผู้คนมากกว่า

ผลสำรวจจากสำนักข่าว NHK เมื่อต้นเดือนกันยายนระบุว่า ร้อยละ 57 ของผู้ที่ทำแบบสอบถามไม่เห็นด้วยกับการจัดรัฐพิธีศพ

ส่วนจำนวนคนที่เห็นด้วยมีร้อยละ 32 และที่เหลืออีกราวร้อยละ 11 ไม่ขอออกความเห็น

อีกเหตุผลที่คนไม่เห็นด้วยกับการจัดงานคือ หลายคนบอกว่าถึงแม้ว่าชินโซ อาเบะจะขึ้นชื่อว่าเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด แต่ว่าเขาไม่ได้เป็นนายกฯ ที่มีความนิยมสูงสุดในประเทศ

อย่างไรก็ตามหลายคนก็บอกว่า ชินโซ อาเบะมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้ญี่ปุ่นกลับมามีจุดยืนและอิทธิพลบนเวทีโลกอีกครั้ง ดังนั้นความสำเร็จของเขาจึงควรค่าแก่การยกย่อง

ชินโซ อาเบะถือเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์สูง เป็นผู้นำของญี่ปุ่นที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุด

พื้นเพเป็นคนโตเกียว เกิดในครอบครัวที่ทำงานทางการเมืองมายาวนาน อาเบะมีประสบการณ์ทางการเมืองมาตั้งแต่วัยหนุ่ม เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรในปี 1993 ก่อนจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกรัฐสภาในปี 2005 ด้วยตำแหน่งเลขาธิการรัฐมนตรี

ต่อมาในปี 2006 ในวัย 52 ปี ชินโซ อาเบะชนะการเลือกตั้งขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้เขากลายเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงในฐานะคนรุ่นใหม่ ต่อมาอาเบะลาออกจากตำแหน่งในปี 2007 หลังมีปัญหาสุขภาพและเรื่องอื้อฉาวทางการเมือง

ก่อนจะกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ในปี 2012 และคราวนี้อยู่ในตำแหน่งยาว สิ่งที่คนจำได้ในช่วงนี้คือ การที่เขาประกาศแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เรียกว่า “อาเบะโนมิกส์” ซึ่งมีผลทำให้อัตราการว่างงานลดลง การลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้น แต่ญี่ปุ่นก็ยังไม่พ้นจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจากสภาวะเงินเฟ้อ

ในช่วงที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรี เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการขยายอิทธิพลของจีน การทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ความมั่นคงกลายมาเป็นเรื่องที่ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากให้ความสำคัญ

ในช่วงของการดำรงตำแหน่ง อาเบะพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เขียนในปี 1947 หลังญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

จุดที่อาเบะต้องการแก้คือ มาตรา 9 เปลี่ยนให้ญี่ปุ่นสามารถมีกองทัพเป็นของตนเอง ตลอดจนส่งกองทัพไปร่วมภารกิจทางการทหารกับนานาชาติได้

การแก้ไขมาตรา 9 ยังไม่สำเร็จ แต่เมื่อปี 2015 เขาผลักดันแก้กฎหมายเพิ่มบทบาทกองกำลังป้องกันตนเองสำเร็จ โดยกฎหมายนี้ทำให้ญี่ปุ่นสามารถมีสิทธิในการระดมกองกำลังป้องกันตนเองปฏิบัติการในต่างประเทศได้

อาเบะประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2021 เนื่องจากปัญหาสุขภาพเดิมคือ ลำไส้อักเสบเรื้องรัง ถึงแม้จะไม่ได้เป็นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตยหรือ LDP ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลแล้ว แต่อาเบะยังคงมีบทบาทสูงในพรรค ในวันที่ถูกลอบสังหาร เขาไปช่วยพรรคหาเสียงที่เมืองนารา ก่อนจะถูกยิง

ย้อนดูเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น นี่คือภาพช่วงเวลาลอบสังหาร ชินโซ อาเบะกำลังกล่าวปราศรัย จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นส่งผลให้ช่างภาพในบริเวณนั้นตกใจจนย่อตัวลง

ต่อมากล้องจับไปที่ภาพผู้ก่อเหตุ ซึ่งจะเห็นว่าบอดี้การ์ดเข้าชาร์จชายคนดังกล่าวทันที และไม่ไกลนักจะเห็นอาวุธปืนที่ใช้ในการลอบสังหารตกอยู่

ชินโซ อาเบะล้มลงกับพื้นมีเลือดไหลออกมาจากคอ รายงานระบุว่า เขาถูกยิงสองนัดจากด้านหลัง ก่อนที่หน่วยกู้ภัยจะมาปรากฏภาพของประชาชนในบริเวณนั้นช่วยกันปฐมพยาบาลอดีตนายกรัฐมนตรี

ผู้ก่อเหตุชื่อ เท็ตสึยะ ยามากามิ อายุ 41 ปี เคยสังกัดกองกำลังป้องกันทางทะเลของญี่ปุ่น ซึ่งเทียบเท่ากับทหารเรือในประเทศอื่น ช่วงปี 2002-2005 และเป็นคนท้องถิ่นในเมืองนารา

มูลเหตุจากความไม่พอใจที่อาเบะมีความเชื่อมโยงกับโบสถ์แห่งความสามัคคี หรือลัทธิโทอิตสึเคียวไคที่ทำให้ครอบครัวของเขาต้องล้มละลายเพราะความเชื่อ

ผู้ก่อเหตุวางแผนการลอบสังหารมานาน และตอนแรกมุ่งเป้าไปที่ โทมิฮิโร ทานากะ ประธานโบสถ์ แต่ทำได้ยากจึงเปลี่ยนมาเป็นอาเบะ หลังพบว่าอาเบะเคยไปร่วมงานของโบสถ์และกล่าวชื่นชมโบสถ์แห่งนี้

เหตุการลอบสังหารล่าสุดถือว่าสั่นสะเทือนความมั่นคงของญี่ปุ่นอย่างมาก เนื่องจากไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก รวมถึงที่ผ่านมาการลอบสังหารมักใช้อาวุธมีดหรือดาบซามูไร เนื่องจากญี่ปุ่นมีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนเข้มงวด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ