"มหาเธร์" ลงเลือกตั้งอีกในวัย 97 ปี หวังสกัดพรรคอัมโน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นายกรัฐมนตรี อิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ แห่งมาเลเซีย ประกาศยุบสภาเมื่อวานนี้ เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ก่อนกำหนด แทนการรอให้รัฐสภา อยู่ครบวาระปกติในเดือนกันยายนปี 2023

 การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อครหาว่า นี่เป็นการฉวยโอกาสทางการเมืองเพื่อกระชับอำนาจให้กับตนเองและพรรคอัมโน ซึ่งเป็นพรรคที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ นี่คืออีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนการเมืองมาเลเซียที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการแย่งชิงอำนาจ  ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา

ล่าสุดอดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัดที่ปัจจุบันอายุ 97 ปีแล้ว ประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อสกัดไม่ให้พรรคอัมโนกลับมามีอำนาจ

นายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ยาคอบ วัย 62 ปี ประกาศการตัดสินใจยุบสภาผ่านทางโทรทัศน์แห่งชาติเมื่อวานนี้ ( 10 ต.ค.)

โดยเขาระบุว่า ได้เข้าเฝ้าสุลต่าน อับดุลเลาะห์ แห่งรัฐปาหัง สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียแล้ว  โดยองค์สุลต่านทรงเห็นชอบในคำร้องขอยุบสภาของเขา 

ตามขั้นตอนในรัฐธรรมนูญมาเลเซีย การเลือกตั้งทั่้วไปครั้งต่อไปซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 15 จะต้องถูกจัดขึ้นในกรอบเวลา 60 วัน  หรือภายในวันที่ 9 ธันวาคมปีนี้ ส่วนวันเลือกตั้งที่แท้จริงจะถูกประกาศโดยคณะกรรมการ การเลือกตั้งกลางแห่งมาเลเซีย  อีกครั้งหนึ่ง

แม้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะออกมาแถลงทางโทรทัศน์ว่า ข้อเสนอให้มีการยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่จะได้รับความเห็นชอบ และได้รับการสนับสนุนสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียแล้ว

แต่ล่าสุด อาหมัด ฟาดิล ชัมซุดดิน  โฆษกสำนักพระราชวังอิสตานา เนการา ออกมาแถลงว่า  สุลต่านอับดุลเลาะห์ทรงผิดหวังกับสถานการณ์ทางการเมืองของมาเลเซียในปัจจุบัน  แต่พระองค์ไม่มีทางเลือกและจำต้องให้ความเห็นชอบต่อการยุบสภาตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี

 พร้อมเผยว่า องค์สุลต่านมีพระราชประสงค์ อยากเห็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ซึ่งจะเป็นครั้งที่ 15 ของประเทศ ถูกจัดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเมือง และสานต่อความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีผลต่อความกินดีอยู่ดีของประชาชนในประเทศ

การตัดสินใจของอิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ ซึ่งเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 9 ของมาเลเซียมาเมื่อ 21 สิงหาคม 2021 หรือ 14 เดือนที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการฉวยโอกาสท่ามกลางความปั่นป่วนของการเมือง

เพราะอะไร เพราะการเลือกตั้งที่ต้องทำภายใน 60 วัน จะไปตรงกับช่วงฤดูมรสุมปลายปี (year-end monsoon season) ซึ่งเป็นช่วงที่คาดว่าคนจะไม่ค่อยออกมาใช้สิทธิ์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของพรรคฝ่ายค้าน และนี่จะเป็นผลทำให้กลุ่มการเมืองที่เรียกว่า “แนวร่วมแห่งชาติ” หรือ บาริซาน นาซิอองนาล Barisan Nasional  ของเขาได้เปรียบ

กลุ่มแนวร่วมแห่งชาติ หรือบาริซาน นาซิอองนาล มีพรรคการเมืองหลักคือ พรรคอัมโน ซึ่งเป็นพรรคที่เก่าแก่ ปกครองมาเลเซียนับตั้งแต่การก่อตั้งชาติเมื่อปี 1957 ผู้นำของมาเลเซียแทบทุกคนมาจากพรรคนี้ รวมถึงมหาเธร์ โมฮัมหมัด  อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลและผู้ที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุด นั่นก็คือช่วงระหว่างปี 1981 - 2003

อย่างไรก็ตามพรรคอัมโนตกต่ำลงในยุคของอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ซึ่งเป็นทายาทการเมืองของอดีตนายกฯมหาเธร์  หลังจากที่อดีตนายกฯนาจิบ โดนข้อกล่าวหาฉ้อฉลเงินจากกองทุน 1 MDB

1MDB หรือ 1Malaysia Development Berhad เป็นกองทุนการพัฒนาเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติ ก่อตั้งเมื่อ 2008 โดยนาจิบ ราซัค ในสมัยที่ตัวเขา ดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี

แนวคิดของกองทุน 1MDB คือ นำเงินที่เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศไปต่อยอดความมั่งคั่งแทนที่จะเก็บไว้ในคลัง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกองทุนนี้กลับไม่มีกำไรงอกเงย สิ่งที่ได้กลับมาคือหนี้มหาศาลมูลค่ากว่าหมื่นล้านเหรียญ

ความไม่โปร่งใสในกองทุน 1 MDB กลายเป็นประเด็นร้อนให้สื่อต่างชาติออกมารายงานแฉกลโกงวิธีการยักยอกเงิน ออกจากกองทุน 1MDB

ข้อกล่าวหาหลักคือ เงินจากการทำธุรกรรมของกองทุน 1MDB ถูกโอนให้บริษัทนอกประเทศ แห่งหนึ่งบนเกาะบริติช เวอร์จิน จากนั้นก็มีการโอนเงินจากบริษัทนี้ไปยังบริษัทตัวแทนอีกแห่ง แล้วค่อยโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของนาจิบ ราซัค กว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 26,660 ล้านบาท 

การกระทำของนาจิบทำให้มหาเธร์ไม่พอใจ และหันไปจับมือกับคู่แค้นเก่าอย่างอันวาร์ อิบบราฮิม ก่อตั้งกลุ่มทางการเมืองที่ชื่อว่า พันธมิตรแห่งความหวัง หรือ Pakatan Harapan ลงเลือกตั้งและเอาชนะกลุ่มแนวร่วมแห่งชาติและพรรคอัมโนได้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2018 และนั่นถือเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปีที่พรรคอัมโนแพ้เลือกตั้ง

หลังนำ Pakatan Harapan ชนะเลือกตั้งได้ มหาเธร์ โมฮัมหมัดก็กลับขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็นผู้นำที่อายุมากที่สุดในโลกคือ 92 ปี

แต่มหาเธร์ก็อยู่ได้ไม่นาน เขาประกาศลาออกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 หลัง Pakatan Harapan เกิดความขัดแย้งกันอย่างหนักและประกาศสลายตัวแยกย้ายกันไปคนละทาง

พรรคอัมโนในฐานะพี่ใหญ่ของกลุ่ม “แนวร่วมแห่งชาติ” หรือ บาริซาน นาซิอองนาล กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง โดยคนที่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคือ มูห์ยิดดิน ยัสซิน

อย่างไรก็ตาม นายกยัสซินก็อยู่ได้เพียง 17 เดือนก่อนจะประกาศลาออกหลังพรรคอัมโนถอนการสนับสนุนเขา และคนที่ขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่แทนก็คือ อิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันที่ก็ถูกกดดันจนต้องประกาศยุบสภาเมื่อวานนี้

การเลือกยุบสภาในจังหวะที่จะทำให้การเลือกตั้งอยู่ในช่วงฤดูมรสุมซึ่งจะทำให้พรรคอัมโนได้เปรียบ ทำให้แกนนำฝ่ายค้านหลายคนออกมาโวยวาย

หนึ่งในนั้นคือ อันวาร์ อิบราฮิม  ที่ประณามการตัดสินใจยุบสภาในครั้งนี้  โดยระบุว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่ปราศจากความรับผิดชอบ และว่าการจัดเลือกตั้งในช่วงฤดูมรสุม  เป็นการนำเอาชีวิตของประชาชนมาเสี่ยงโดยไม่จำเป็น เพียงเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายตัวเอง  อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ต้องแบ่งกำลังพลมาช่วยดูแลความเรียบร้อยตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ     นอกเหนือจากภารกิจหลักในการป้องกันและช่วยเหลือประชาชนจากภาวะฝนตกหนักและน้ำท่วม

ขณะที่ในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตมาเลเซียจำนวนไม่น้อย พากันติดแฮชแท็ก #KerajaanGagal ซึ่งหมายถึง รัฐบาลที่ล้มเหลว จนติดเทรนด์ฮิตทวิตเตอร์ในมาเลเซีย โดยแฮชแท็กดังกล่าว เป็นการสื่อถึงความไม่พอใจของประชาชนที่ต้องเสี่ยงอันตราย เดินทางฝ่าน้ำท่วมและฝนตกหนักเพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้งในช่วงฤดูมรสุมปลายปี

ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ จะมีการชิงชัยเก้าอี้สมาชิกรัฐสภามาเลเซียจำนวนทั้งสิ้น 222  ที่นั่ง

ซึ่งหากกลุ่มการเมืองใดได้จำนวนที่นั่งขั้นต่ำถึง 112 ที่นั่ง  ก็จะเป็นฝ่ายได้ครองเสียงข้างมาก และจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ล่าสุดในวันนี้ (11 ตุลาคม) ดร.มหาเธร์  โมฮาหมัด  ซึ่งปัจจุบันอายุถึง 97 ปีแล้ว ออกมาประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย

รายงานข่าวระบุว่า มหาเธร์  จะลงชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. ในฐานะแกนนำของพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่มีชื่อว่า พรรคนักสู้แห่งมาตุภูมิ หรือ Pejuang  (เปอจวง)  ซึ่งเขาเพิ่งร่วมก่อตั้งขึ้นมาใหม่เมื่อปี 2020

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา อดีตผู้นำวัย 97 ออกมายืนยันถึงข่าวนี้โดยระบุว่า การลงเลือกตั้งอีกครั้งก็เพื่อเป็นการสกัดไม่ให้พรรคอัมโนกลับมามีอำนาจอีกครั้ง เพราะหากอัมโนกลับได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ จะมีการปล่อยตัวอดีตนายกนาจิบราซัคออกจากคุก

การประกาศยุบสภาเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมืองแสดงให้เห็นถึงความพยายามทุกวิถีทางของพรรคอัมโนเพื่อกลับมามีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในรัฐบาล แทนที่จะเป็นพรรคร่วมหลายพรรคแบบนี้

และมีรายงานด้วยว่า หากพรรคอัมโนกลับมามีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้ อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ซึ่งถูกจำคุกอยู่อาจได้รับการผ่อนปรนโทษ

ข่าวการยุบสภาและการเตรียมจัดเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ มีขึ้นในขณะที่มาเลเซียกำลังเผชิญกับสารพันปัญหาทั้งเศรษฐกิจชะลอตัวจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19  ปัญหาความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ และปัญหาการเติบโตของกลุ่มเคร่งศาสนาหัวรุนแรง

ในฐานะประชาชน ชาวมาเลเซียคาดหวังมาแล้วหลายครั้งว่า เมื่อศึกชิงเก้าอี้ผู้นำสิ้นสุดลง ปัญหาเหล่านี้จะได้รับการแก้ไข   

แต่จนถึงวันนี้พวกเขายังคงคาดหวังต่อไป  เพราะตลอดช่วง 4 ปีแห่งความวุ่นวาย  ยังไม่มีนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนไหน ที่ถูกมองว่า เป็น “ผู้นำของประชาชน” ที่สามารถแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างแท้จริง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ