เช้าวันนี้ตามเวลาสหราชอาณาจักร นาย ริชี ซูนัค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเดินทางไปยังพระราชวังบัคกิงแฮมเพื่อเข้าเฝ้าฯ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งจะตรัสขอให้ ซูนัค เป็นผู้นำการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ แทนที่ ลิซซ์ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และจะเข้าเฝ้าฯพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เป็นครั้งสุดท้ายในวันนี้ในฐานะผู้นำรัฐบาล
กระทั่งถึงกำหนดปิดการเสนอชื่อแคนดิเดต เมื่อเวลาบ่าย 2 โมงเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น หรือเมื่อช่วง 2 ทุ่มที่ผ่านมาตามเวลาในไทย ซูนัคได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.พรรคอนุรักษ์นิยมแล้ว 188 เสียง
ขณะที่ ‘เพนนี มอร์ดอนท์’ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมคนแรกของสหราชอาณาจักร และ ปัจจุบันคือผู้นำฝ่ายรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร คู่แข่งเพียงหนึ่งเดียวในการ แข่งขันได้รับเสียงสนับสนุนจากส.ส.ในพรรค 90 เสียง ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ 100 เสียง ตามที่พรรคอนุรักษ์นิยมกำหนดไว้สำหรับการเสนอตัวชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่
โดย มอร์ดอนท์ ได้ประกาศถอนตัวจากการแข่งขัน และให้การสนับสนุน ซูนัค เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่
หลังจากได้รับการประกาศให้เป็นผู้นำพรรคคนใหม่ ซูนัค ในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรี ได้จัดการแถลงข่าว โดยระบุว่าเอกภาพและเสถียรภาพเป็นสิ่งจำเป็นในช่วงเวลานี้ที่สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ
“สหราชอาณาจักรคือประเทศที่ยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือตอนนี้เรากำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจอันใหญ่หลวง ตอนนี้เราต้องการเสถียรถาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สิ่งสำคัญผมต้องทำให้ได้เป็นอันดับแรกสุดคือนำพาพรรคของเราและประเทศของเราให้ก้าวไปด้วยกัน เพราะเป็นหนทางดียวที่เราจะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ที่เราเผชิญและสร้างงอนาคตที่ดีกว่า รุ่งเรืองกว่าสำหรับลูกหลานของเรา ผมขอสัญญาว่าจะทำงานรับใช้ทุกท่านด้วยความซื่อสัตย์ และ อ่อนน้อม ผมจะใช้เวลาทำงานในทุกๆวันสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาวอังกฤษ”
สำหรับ ซูนัค ปัจจุบันมีอายุ 42 ปี มีพ่อแม่เป็นชาวอินเดีย ทำให้ซูนัค จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของสหราชอาณาจักรที่มีเชื้อสายเอเชีย รวมทั้งจะเป็นผู้นำของประเทศที่มีอายุน้อยที่สุดในรอบ 200 ปี และ จะผู้นำคนแรกในประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรที่นับถือศาสนาฮินดู
โดยปัญหาหลักๆ ของ สหราชอาณาจักรในตอนนี้มีทั้งปัญหาเงินเฟ้อที่ถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ราคาพลังงานโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวนี้ที่คาดว่าค่าไฟจะเพิ่มสูงขึ้น และ การช่วยเหลือยูเครนในการสู้รบกับรัสเซีย
ขณะที่ นาง นิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีสก็อตแลนด์ แสดงความกังวลว่า พรรคอนุรักษ์นิยมจะประกาศใช้นโยบายปรับลดรายจ่ายของรัฐบาลอีกรอบ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสวัสดิการของประชาชน พรรคอนุรักษ์นิยมเตรียมจะใช้มาตรการรัดเข็มขัดรอบใหม่กับเราทุกคน ซึ่งจะเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลมากๆ
“สวัสดิการด้านต่างๆ ของเราในส่วนที่เป็นงบประมาณของรัฐบาลสก็อตแลนด์ยังคงแบกรับผลกระทบจากนโยบายประหยัดรายจ่ายในรอบที่แล้วของพรรคอนุรักษ์นิยม ขณะที่ตอนนี้เราเผชิญกับผลกระทบจากเงินฟ้อที่เป็นปัจจัยกดดันต่องบประมาณของเรา ดิฉันคิดว่าระบบสวัสดิการต่างๆ ของเราไม่สามารถแบกรับมาตรการปรับลดรายจ่ายจากพรรคอนุรักษ์นิยมได้อีกต่อไปแล้ว นี่คือสิ่งสำคัญมากๆ ในตอนนี้ เราจำเป็นต้องมีทางเลือกอื่น”