เดิมที อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ คาดหมายว่า ในวันนี้จะประกาศยืนยันลงสมัครเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในนามพรรครีพับลิกันที่จะมีขึ้นในปี 2024 แต่หลังจากที่ผลการเลือกตั้งกลางเทอมที่พรรครีพับลิกันไม่สามารถคว้าชัยชนะได้อย่างถล่มทลายเหนือพรรคเดโมแครต ทำให้คนใกล้ชิดหลายคนขอร้องให้ ทรัมป์ เลื่อนกำหนดการดังกล่าวออกไปก่อน นอกจากผลเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังแล้ว ทรัมป์ ยังเผชิญกับคู่แข่งสำคัญอย่าง นาย รอน เดอ ซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มผผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน
โดยการสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดย “ยูกอฟ” (Yougov) บริษัทวิจัยการตลาดพบว่า ประชาชนอยากให้ เดอซานติส เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2024 มากกว่า ทรัมป์ สำหรับโพลดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ พบว่า ผู้ที่เลือกพรรครีพับลิกันและฝ่ายอิสระที่มีแนวโน้มจะเลือกรีพับลิกัน มีถึง 42% ที่ระบุว่าอยากให้นายเดอซานติสเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งปธน.ครั้งหน้า ขณะที่อีก 35% ยังคงเลือกอดีตปธน.ทรัมป์
โพลครั้งนี้ สวนทางกับผลการสำรวจของเมื่อเดือนต.ค. ซึ่งในครั้งนั้นโพล Yahoo News/YouGov ทำการสำรวจผู้ใหญ่ในสหรัฐ พบว่ามีเพียง 35% เท่านั้นที่เลือกนายเดอซานติส ส่วนอีก 45% เลือกอดีตปธน.ทรัมป์
แนวโน้มที่พลิกผันครั้งนี้สะท้อนผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ โดยนายเดอซานติสชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐฟลอริดาไปแบบขาดลอย ส่วนผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันหลายรายที่นายทรัมป์ให้การสนับสนุนกลับพ่ายแพ้ไปอย่างน่าผิดหวัง
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ซึ่งอยู่ระหว่างการร่วมประชุม G20 ที่อินโดนีเซีย ระบุว่าผลการเลือกตั้งกลางเทอมที่เพิ่งผ่านพ้นไปแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งด้านประชาธิปไตย รวมทั้งเป็นการปฏิเสธความรุนแรงทางการเมืองและการคุกคามผู้ลงคะแนนเสียง
ส่วน เควิน แมคคาร์ที ผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าหากพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาดังกล่าวได้ และ ตนเองได้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ จะถอด ส. ส.พรรคเดโมแครตระดับแกนนำ ออกจากการเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการสำคัญๆทั้ง คณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศ และ คณะกรรมาธิการข่าวกรอง โดยการนับคะแนนล่าสุด พรรครีพับลิกัน มีเก้าอี้ในส.ส แล้ว 212 ที่นั่ง จากทั้งหมด 435 ที่นั่ง ยังเหลืออีก 6 ที่นั่ง จึงจะครองเสียงข้างมาก ส่วนพรรคเดโมแครตได้ไปแล้ว 204 ที่นั่ง
ส่วนวุฒิสภา พรรคเดโมแครตเป็นฝ่ายครองเสียงข้างมากอย่างแน่นอนแล้ว โดยได้เก้าอี้ในสภาสูง 50 ที่นั่งแล้ว และ เมื่อรวมกับตะแนนเสียงจากรองประธานาธิบดี กมลา แฮริส ในฐานะประธานวุฒิสภา ทำให้พรรคเดโมแครตมี 51 ที่นั่งในวุฒิสภาจากจำนวนทั้งหมด 100 ที่นั่ง แม้ยังเหลือเก้าอี้ ส.วของรัฐจอร์เจียที่ต้องจัดเลือกตั้งรอบตัดสินวันที่ 6 ธ.ค.นี้