รัสเซีย เผย ยูเครนส่งโดรนโจมตีคาบสมุทรไครเมีย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วันที่ 24 พ.ย.สงครามยูเครนจะดำเนินมาครบ 9 เดือนแล้ว จะเห็นได้ว่าในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียได้ปรับยุทธวิธีการรบด้วยการใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของยูเครน อย่างโครงสร้างพลังงาน

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่ทางฝั่งรัสเซียที่ปรับยุทธวิธีการรบ หลังจากที่มีรายงานออกมาว่า ทางฝั่งยูเครนได้ใช้อากาศยานไร้คนขับโจมตีคาบสมุทรไครเมีย ที่รัสเซียผนวกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตนเองตั้งแต่ปี 2014

วันนี้สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า มิคาอิล รัซโวชาเยฟ ผู้ว่าการแคว้นไครเมียที่ถูกแต่งตั้งโดยรัฐบาลรัสเซียได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางการยูเครนได้ส่งโดรนสองลำเข้ามาเพื่อโจมตีพื้นที่ของเมืองเซวัสโตปอล ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือรัสเซียในแคว้นไครเมีย

ผู้ว่าการแคว้นไครเมียระบุเพิ่มเติมว่า เป้าหมายในการโจมตีคือโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อน ที่ตั้งอยู่ในเขตบาลัคลาวา ใกล้กับชายฝั่งด้านตะวันตกของทะเลดำ

อย่างไรก็ดี ทางการรัสเซียเปิดเผยว่า กองทัพอากาศของยูเครนสามารถยิงสกัดโดรนลำดังกล่าวไว้ได้ก่อนที่จะสร้างความเสียหาย และตอนนี้ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่อยู่ในพื้นที่ถูกเปิดใช้งานเรียบร้อยแล้ว

ท่ามกลางข่าวการใช้โดรนโจมตีที่เกิดขึ้นบนคาบสมุทรไครเมีย เมื่อวานนี้มีรายงานว่า บรรดาวุฒิสมาชิกของสหรัฐฯ ได้เปิดประเด็นขอให้สหรัฐฯ สนับสนุนโดรนเพื่อช่วยเหลือยูเครน

คืนที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ จากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจำนวน 16 ราย ได้ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทบทวนและพิจารณาเรื่องการส่งโดรนเกรย์ อีเกิล (Grey Eagle Drone) ให้ยูเครนอีกครั้ง

โดยวุฒิสมาชิกทั้ง 16 คน ยังได้ยื่นจดหมายเพื่อขอให้ทางเพนตากอนชี้แจงเหตุผลว่าเหตุใดโดรนเกรย์ อีเกิลรุ่นนี้ถึงไม่เหมาะสมกับการสู้รบในยูเครน

นอกจากนี้ เนื้อหาจดหมายดังกล่าวระบุว่า โดรน “เกรย์ อีเกิล” เป็นอาวุธที่มีศักยภาพพอที่จะยกระดับประสิทธิภาพการสู้รบของฝ่ายยูเครน เพราะยุทโธปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้กองทัพยูเครนค้นหาและโจมตีเรือรบรัสเซียในทะเลดำ ซึ่งเป็นการทำลายการปิดล้อมภูมิภาคดังกล่าว และยังเป็นการลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของยูเครน และ อาหารโลกด้วย

โดรน “เกรย์ อีเกิล” หรือ “เอ็มคิว-วันซี”  (MQ-1C) ถูกผลิตโดยบริษัทเจเนอรัล อะตอมิกส์ (General Atomics)  มีระดับเพดานบินสูงสุดที่ 8,800 เมตร และเดินทางได้ไกลประมาณ 4,630 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมัน 1 ครั้ง

นอกจากนี้ โดรนเกรย์ อีเกิลยังสามารถบรรจุขีปนาวุธรุ่นเฮลไฟร์ (Hellfire) ได้ถึง 4 ลูก โดยขีปนาวุธเฮลไฟร์เป็นขีปนาวุธเจาะเกราะชนิดจากพื้นสู่อากาศ ทำงานด้วยระบบกึ่งอัตโนมัตินำวิถีด้วยเลเซอร์ และสามารถเคลื่อนที่ไปหาเป้าหมายด้วยความเร็วประมาณ 425 เมตรต่อวินาที

ทั้งนี้เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีรายงานว่าโอเล็กซี เรซนิคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครน ได้ส่งจดหมาย 2  ฉบับไปยังกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

โดยฉบับแรกขอให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ส่งมอบโดรนเกรย์ อีเกิลจำนวน 4 ลำให้แก่ยูเครน และฉบับที่ 2 ขอให้สหรัฐฯ ส่งระบบขีปนาวุธต่อต้านโดรนให้แก่ยูเครน หลังจากที่ถูกรัสเซียถล่มโจมตีด้วยโดรนพลีชีพอย่างไม่ต่ำกว่า 100 ลำ

อย่างไรก็ดี รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธคำขอดังกล่าวของยูเครนมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่า โดรนเกรย์ อีเกิล  ไม่จำเป็นสำหรับการสู้รบในยูเครน และกังวลว่าอาจถูกยิงตก ตลอดจนยกระดับความขัดแย้งในสงครามให้รุนแรงขึ้น

ในขณะที่ทางฝั่งยูเครนกำลังรออาวุธและความช่วยเหลือจากบรรดาชาติตะวัน ทางกองทัพรัสเซียก็ไม่เปิดช่องให้ยูเครนสามารถป้องกันตนเองและตั้งหลักได้

โดยกองทัพรัสเซียยังคงโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนชาวยูเครนใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในฤดูหนาว

นี่ทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครน ต้องออกมาขอร้องให้ประชาคมโลกช่วยกันตัดกำลังการผลิตขีปนาวุธของรัสเซีย

วันนี้ ดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ได้ออกมาแถลงขอให้ประชาคมโลกคว่ำบาตรรัสเซีย โดยเฉพาะการคว่ำบาตรที่ส่งผลกระทบต่อสายพานการผลิตขีปนาวุธ เพื่อลดจำนวนขีปนาวุธที่รัสเซียจะนำมาใช้โจมตียูเครน

ขณะเดียวกัน โวโลดิมีร์ คูดรีตสกี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของยูเครเนียโก (Ukrenergo) บริษัทผู้ให้บริการด้านพลังงานของยูเครน ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อเรื่องความเสียหายด้านพลังงานไปในทิศทางเดียวกับรัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน

โดยเขาระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงงานผลิตไฟฟ้าของยูเครนจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียนั้น “มหาศาล” มาก และอาจทำชาวยูเครนต้องเผชิญกับไฟดับนานในฤดูหนาวนี้

อย่างไรก็ดี ทางบริษัทได้เตรียมแผนการสำรองไว้เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่รอดได้ตลอดฤดูหนาวในอีก 3 เดือนข้างหน้า พร้อมกับยืนยันว่า ตอนนี้ยังไม่มีความจำเป้นที่ต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่

ด้านโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครน ก็ได้ออกมาแถลงเกี่ยวกับแผนรับมือด้านพลังงานในฤดูหนาวว่า ตอนนี้ทางการกำลังเร่งเตรียมศูนย์พักพิงกว่า 4,000 แห่งให้แก่ประชาชน และมีแผนจะเพิ่มจำนวนศูนย์พักพิงเพิ่มเติมในอนาคต

โดยศูนย์พักพิงเหล่านี้เป็นศูนย์พักพิงที่มีไฟฟ้า โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต เครื่องทำความร้อน และยารักษาโรค และจะเปิดทันทีเมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนถูกโจมตีจนไม่สามารถให้บริการได้ และอาจต้องใช้เวลาซ่อมแซมนาน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ