ที่ประชุมสมาชิกรัฐสภายุโรปเมื่อวานนี้ มีมติ 494 เสียง ต่อ 58 เสียง ประกาศให้รัสเซียเป็นรัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้าย และ เป็นรัฐที่ใช้วิธีการในรูปแบเดียวกับการก่อรการร้าย ขณะที่สมาชิกอีก44 คน งดออกเสียง
สมาชิกรัฐสภายุโรประบุในมติดังกล่าวว่าการจงใจโจมตีพลเรือนชาวยูเครน โครงสร้างพื้นฐานสำหรับบริการประชาชน การละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง และการไม่เคารพกฎหมายด้านมนุษยธรรม ล้วนเป็นพฤติกรรมก่อการร้ายต่อชาวยูเครน
สมาชิกรัฐสภายุโรปยังประณามรัสเซียที่สร้างวิกฤตด้านมนุษยธรรมในเมืองเมือมาริอูปอลของยูเครน รวมทั้งใช้อาวุธ และ ความหิวโหย เป็นอาวุธ ที่สร้างผลกระทบไปทั่วโลก ซึ่งความโหดร้ายเหล่านี้ที่ก่อขึ้นโดยรัสเซียมีจุดประสงค์ เพื่อสร้างความหวาดกลัว และ บังคับให้ชาวยูเครนยอมรับการยึดครองและการผนวกดินแดนอย่างผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ มติดังกล่าวได้ระบุว่ารัสเซียได้สร้างภัยคุกคามต่อความมั่นคงและความปลอดภัยทั่วทั้งยุโรป และ ความสงบเรียบร้อยของสังคมโลก ที่ยึดมั่นในหลักเกณฑ์ระหว่างประเทศ สำหรับมติดังกล่าวของรัฐสภายุโรปไม่ผลผูกมัดต่อชาติสมาชิกแต่อย่างใด ซึ่งตามปกติประเทศที่ถูกประกาศเป็นรัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้ายจะถูกจำกัดด้านการเงินและ ไม่อนุญาตให้มีการส่งออกอาวุธไปยังประเทศที่ถูกขึ้นบัญชี
อย่างไรก็ตาม หลายประเทศของยุโรปได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพื่องลงโทษรัสเซียที่รุกรานยูเครนอยู่แล้ว และ จนถึงขณะนี้มีเพียง 4 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ขึ้นบัญชีรัสเซียเป็นรัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้าย คือโปแลนด์ ลัตเวีย เอสโตเนีย และ ลิทัวเนีย
ขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งแม้จะเป็นแกนนำพันธมิตรชาติตะวันตก แต่ยังไม่ประกาศให้รัสเซียเป็นรัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้าย แม้รัฐสภาจะมีมติเรียกร้องให้ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำรัสเซีย จากพฤติกรรมอันโหดร้ายในสงครามกับยูเครน
โดยปัจจุบัน ประเทศที่ถูกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯขึ้นบัญชีดำเป็นรัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้าย ประกอบไปด้วย คิวบา เกาหลีเหนือ อิหร่าน และ ซีเรีย
ส่วนสถานการณ์การสู้รบในยูเครน เมื่อวานนี้รัสเซียยังคงยิงขีปนาวุธโจมตีหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายหลักคือระบบสาธรณูปโภคต่างๆ เช่นเดิม
โดยประธานาธิบดี เซเลนสกี กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้ทูตของยูเครนประจำสหประชาชาติ ขอให้มีการประชุมฉุกเฉินกับคณะมนตรีความมั่นคงเพื่อหารือเรื่องการโจมตีระบบสาธารณูปโภคสำหรับบีริการพลเรือนรอบล่าสุดของรัสเซีย รวมถึงการโจมตีใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เมืองซาโปริสเซีย ซึ่งอาจนำไปสู่หายนะด้านนิวเคลียร์ในยูเครนและทั่วยุโรปได้
ประธานาธิบดี เซเลนสกี ยังสนับสนุนติของรัฐสภายยุโรปที่ประกาศให้รัสเซียเป็นรัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ยูเครนเรียกร้องมาโดยตลอด ผู้นำยูเครนกล่าวว่า "การสังหารประชาชน ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน เป็นการกระทำของผู้ก่อการร้าย และเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษย์ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลก การตอบโต้อาชญากรรมเหล่านี้ โดยเฉพาะประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ต้องถูกลงโทษจากการกระทำอันโหดร้ายที่เกิดขึ้น
ขณะที่นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ วิตาลี คลิตช์โก เปิดเผยว่า การระดมโจมตีของรัสเซียทำให้ หนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเคียฟถูกทำลายเสียหาย โดยขณะนี้ผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเคียฟประมาณ 80 เปอร์เซนต์ ไม่มีไฟฟ้า หรือ น้ำประปาใช้
เช่นเดียวกับ นายกเทศมนตรีของเมืองลวีฟใกล้พรมแดนโปแลนด์ชที่เปิดเผยว่า เกิดไฟฟ้าดับทั้งเมือง แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีเป้าหมายถูกทำลายกี่แห่ง
นอกจากนี้ การระดมโจมตียูเครนเมื่อวานนี้ ยังทำใหประเทศมอลโดวา ประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ เกิดไฟฟ้าดับเกินครึ่งประเทศ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสามารถทำให้ระบบกลับมาจ่ายไฟได้ตามปกติแล้ว 90 เปอร์เซนต์