"อันวาร์​ อิบราฮิม" สาบานตน เป็นนายกฯ คนใหม่ พร้อมให้คำมั่น จะไม่รับเงินเดือน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อันวาร์​ อิบราฮิม สาบานตนเป็นนายกฯ คนใหม่ หลังต้องเจอกับภาวะสุญญากาศทางการเมืองนาน 5 วันหลังการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านไม่ ไม่มีพรรคการเมืองหนือแนวร่วมใดของมาเลเซียคว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาดจนทำให้เกิดสภาวะ “สภาแขวน” ในที่สุดเมื่อวานนี้กษัตริย์มาเลเซียทรงแต่งตั้ง ‘อันวาร์ อิบราฮิม’ ผู้นำแนวร่วมแห่งความหวัง หรือ PH ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เมื่อเย็นวานนี้ นายอันวาร์ อิบบราฮิม นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของมาเลเซียให้เข้าเฝ้า สมเด็จพระราชาธิบดีอัล-สุลต่าน อับดุลเลาะห์แห่งมาเลเซียเพื่อสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ หลังจากพิธีสาบานคนเสร็จสิ้น ผู้นำคนใหม่ของมาเลเซียอันให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยระบุว่า สิ่งที่รัฐบาลของเขาจะทำเป็นวาระเร่งด่วนคือ ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง ส่วนที่เป็นเรื่องที่เขาจะเร่งแก้อีกและไม่มีวันประนีประนอม คือ ปัญหาธรรมภิบาล ปัญหาความเป็นอิสระของระบบยุติธรรม 

และปัญหาคอรัปชั่น เพราะทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่กัดกร่อนการเมืองของมาเลเซีย 

อันวาร์ อิบราฮิม ให้คำมั่นว่า จะไม่รับเงินเดือนประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 22,800 ริงกิต (ราว 182,000 บาท) และสัญญาจะปราบปรามการทุจริตและกู้วิกฤตเศรษฐกิจเป็นภารกิจหลัก

การได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของอันวาร์มีขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเช้าของเมื่อวาน สมเด็จพระราชาธิบดีอัล-สุลต่าน อับดุลเลาะห์ ของมาเลเซียทรงเรียกสุลต่าน 9 รัฐประชุมฉุกเฉิน เพื่อหาทางผ่าทางตัน หลังจากไม่มีแนวร่วมการเมืองฝ่ายใดชนะขาด ครองที่นั่ง ส.ส. ได้เกิน 112 ที่นั่ง หรือครึ่งหนึ่งของทั้งหมด 222 ที่นั่งในสภาซึ่งจะเป็นจำนวนที่สามารถตั้งรัฐบาลได้

โดยแนวร่วมพันธมิตรแห่งความหวัง หรือ ปากาตัน ฮาราปัน หรือ PH ของอันวาร์ อิบราฮิม ได้ที่นั่งส.ส. มากที่สุดคือ 82 ที่นั่ง ตามมาด้วยกลุ่มพันธมิตรแห่งชาติ หรือ เปริกาตัน นาซิโอแนล หรือ PN ที่นำโดยอดีตนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ที่ได้ไป 73 ที่นั่ง ส่วนแนวร่วมแห่งชาติ หรือ บาริซาน นาซิโอแนล หรือ BN ของอิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ ได้อันดับ 3 คือ 30 ที่นั่ง

เมื่อไม่มีพรรคใดได้เสียงเกินครึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ต้องมีอย่างน้อย 2 พรรคจับมือกันเพื่อรวบรวมเสียงให้ได้ 112 หรือครึ่งหนึ่งของที่นั่งในสภาที่มีอยู่ 222 เสียง กลุ่มที่เนื้อหอมมากที่สุดคือ  BN เพราะถึงแม้มีที่นั่งเพียง 30 ที่นั่งแต่ถ้าไปรวมกับกลุ่มไหน กลุ่มนั้นก็จะได้เสียงเกินครึ่งทันทีใน 4 วันที่ผ่านมา ทั้งแนวร่วม PH ที่นำโดยนายอันวาร์ อิบราฮิม และ แนวร่วม PN ที่นำโดยอดีตนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ต่างแย่งชิงกันเพื่อโน้มน้าวกลุ่ม BN ให้มีอยู่กับตนเองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลในที่สุดนายอันวาร์ก็ทำสำเร็จเมื่อสามารถโน้มน้าวให้ BN มาอยู่กับตนเองได้จนมีเสียงเพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาล และส่งผลให้อดีตนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซินและแนวร่วม PN ต้องไปเป็นฝ่ายค้าน

ในช่วง 5 วันที่เกิดความอึมครึมทางการเมืองหลังแต่ละฝ่ายไม่ยอมกัน สมเด็จพระราชาธิบดีอัล-สุลต่าน อับดุลเลาะห์กษัตริย์มาเลเซียพยายามช่วยผ่าทางตันทางการเมืองด้วยการเข้ามาเป็นผู้ประสาน ไกล่เกลี่ย และเลือกนายอันวาร์ อิบราฮิมขึ้นมาเป็นายกรัฐมนตรี
รัฐธรรมนูญของมาเลเซียได้ให้อำนาจกษัตริย์แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีได้  แต่ที่ผ่านมากษัตริย์ไม่ค่อยได้ใช้อำนาจนี้เนื่องจากการเลือกตั้งปกติมีการคัดเลือกนายกรัฐมนตรีโดยธรรมชาติอยู่แล้ว การใช้อำนาจของกษัตริย์ในคราวนี้ก็เนื่องจากเกิดทางตันทางการเมืองหลังจากพรรคต่างๆไม่สามารถตกลงกันได้

สำหรับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของมาเลเซียเป็นคนที่โลกคุ้นเคยกันดี เป็นนักการเมืองที่โลดแล่นอยู่ในการเมืองของมาเลเซียมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ ผ่านมาแล้วทั้งจุดที่รุ่งเรืองและตกต่ำที่สุด

เป็นนักการเมืองมาเลเซียที่เข้าใกล้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยไปถึงฝันในช่วงทศวรรษที่ 1990 เขาคือดาวรุ่งพุ่งแรงทางการเมืองของมาเลเซีย ดำรงตำแหน่งในฐานะรัฐมนตรีหลายกระทรวงตั้งแต่กระทรวงเกษตร กระทรวงศึกษา โดเด่นที่สุดคือ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลที่ทำโดยนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัด เขาถูกวางตัวจากมหาเธร์ในฐานะทายาททางการเมืองผู้ซึ่งจะสืบทอดต่อ


อย่างไรก็ตาม ในปี 1998 อันวาร์แตกคอกับมหาเธร์หลังจากออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจของมหาธีร์ในช่วงต้มยำกุ้ง หลังจากนั้นก็ถูกควบคุมตัวโดยไม่มีการไต่สวน ก่อนถูกตั้งข้อหารักร่วมเพศและคอร์รัปชั่น ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง  
โดยเมื่อปี 1999 อันวาร์ถูกศาลสั่งจำคุก 6 ปี ในคดีรักร่วมเพศ ตามมาด้วยการถูกจำคุกในคดีคอร์รัปชั่นในปีต่อมา ซึ่งผู้สนับสนุนนายอันวาร์บอกว่าคดีเหล่านี้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง

ครั้งหนึ่งเขาเคยปรากฏตัวในศาลในสภาพตาข้างหนึ่งเขียวช้ำ หลังถูกจับกุม 9 วัน โดยสาเหตุมาจากการถูกผู้บัญชาการตำรวจในขณะนั้นทุบตี ซึ่งภาพตาเขียวช้ำได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของพรรคยุติธรรมประชาชนของเขาและคำสัญญาของพรรคที่จะฏิรูป

ปลายปี 2004 หลังมหาเธร์ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ศาลสูงสุดมาเลเซียได้กลับคำพิพากษาคดีมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกัน และปล่อยอันวาร์ ออกจากคุก เขาจึงได้ออกมาตั้งกลุ่มแนวร่วมฝ่ายค้านปากาตัน ฮาราปัน และกลายเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์มหาธีร์อย่างเปิดเผย
แต่อันวาร์ก็ถูกจำคุกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อปี 2015 ในคดีรักร่วมเพศ 

ภาพมหาธีร์ปี 2018 ชนะเลือกตั้งแต่ระหว่างอยู่ในคุก เขาได้กลับมาจับมือกับคู่รักคู่แค้นอย่างอดีตนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ ที่ได้ประกาศหวนสู่สนามการเมืองอีกครั้งเพราะต้องการขจัดปัญหาคอร์รัปชั่นภายใต้รัฐบาลอัมโนที่นำโดยนาจิบ ราซัก การกลับมาจับมือกันของทั้งคู่ทำให้แนวร่วมปากาตัน ฮาราปัน หรือ PH สร้างประวัติศาสตร์คว้าชัยชนะได้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2018 ล้มแนวร่วม BN ที่มีอัมโนเป็นพรรคหลักและปกครองมาเลเซียมายาวนานได้สำเร็จ 

 

 

เมื่อมหาธีร์ได้เป็นนายกฯ อีกครั้ง ก็ได้ทำตามที่สัญญาไว้คือจะปล่อยตัวอันวาร์ ทำให้อันวาร์ได้รับพระราชทานอภัยโทษออกจากคุกหลังจบการเลือกตั้งปี 2018 นอกจากนี้ ยังมีข้อตกลงสำคัญที่ 2 คนทำไว้คือ ให้มหาธีร์เป็นนายกรัฐมนตรีไปก่อนเป็นระยะเวลา 2 ปี ถึงค่อยส่งต่อตำแหน่งให้อันวาร์

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลากลับมืการยื้อ ในตอนนั้นหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่ามหาธีร์หวงอำนาจ จนนำมาสู่การลาออกของมหาเธร์และการแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางของ 2 ตำนานทางการเมืองและในวันนี้อันวาร์ได้ขึ้นเป็นนายกตามที่เคยฝันโดยไม่ต้องพึ่งพามหาธีร์

 


 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ