บริษัท “เมตา (Meta)” เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และวอตส์แอป ถูกปรับเป็นเงิน 265 ล้านยูโร (ราว 9.7 พันล้านบาท) จากกรณีที่ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กกว่า 500 ล้านคนทั่วโลกรั่วไหลเมื่อปี 2018-2019 และไปปรากฏอยู่ในเว็บที่เกี่ยวกับการแฮกข้อมูล
ผู้ที่ฟ้องร้องเมตาในเรื่องนี้คือ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล (DPC) องค์กรเฝ้าระวังสัญชาติไอร์แลนด์ ซึ่งมีหน้าที่กำกับและสอดส่องการดำเนินธุรกิจของเมตาทั่วสหภาพยุโรป
ตูวาลู เตรียมยกทั้งประเทศ ไปไว้ในเมตาเวิร์ส หลังคาดว่าประเทศจะจมอยู่ใต้น้ำภายในสิ้นศตวรรษนี้
DPC อ้างว่า เมตามีความผิดฐานละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัวของสหภาพยุโรป หรือ “กฎหมายระเบียบการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป (GDPR)” โดยเริ่มสอบสวนมาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2021 หลังจากมีรายงานว่า ข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กมากกว่า 500 ล้านบัญชีถูกนำไปโพสต์บนเว็บไซต์แฮกเกอร์ใต้ดิน
ในเวลานั้นเฟซบุ๊กออกมากล่าวว่า มีผู้ไม่ประสงค์ดีใช้เครื่องมือนำเข้าข้อมูลติดต่อของเฟซบุ๊กในทางที่ผิด เพื่อจับคู่หมายเลขโทรศัพท์กับโปรไฟล์ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ก่อนที่จะเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากโปรไฟล์ของผู้ใช้เหล่านั้น
จากการฟ้องร้องล่าสุดนี้ เมตาได้ออกมาแถลงว่า “การปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยข้อมูลของผู้ใช้เป็นพื้นฐานในการทำงานของธุรกิจของเรา ... เราได้ทำการเปลี่ยนแปลงระบบของเราในช่วงเวลาที่เป็นปัญหา รวมถึงลบความสามารถในการดึงข้อมูลด้วยวิธีการจับคู่หมายเลขโทรศัพท์”
เมตาเสริมว่า “การดึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และขัดต่อกฎของเรา และเราจะทำงานต่อไปเพื่อรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมนี้”
หากนับรวมครั้งนี้ด้วย DPC ได้ฟ้องเมตาไปแล้วถึง 4 ครั้งแล้วในรอบปีที่ผ่านมา โดยนับตั้งแต่ปลายปี 2021 เป็นต้นมา เมตาเสียค่าปรับจากการฟ้องร้องของ DPC ไปแล้ว 912 ล้านยูโร (ราว 3.3 หมื่นล้านบาท) โดย 405 ล้านยูโรหรือเกือบครึ่งเสียไปจากการถูกฟ้องร้องว่าอินสตาแกรมไม่ปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ที่เป็นเด็กและเยาวชน
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจากท AFP