คณะกรรมการชุดดังกล่าวที่ประกอบด้วยสมาชิกพรรคเดโมแครต 7 คนและพรรครีพับลิกัน 2 คน ได้สรุปการสืบสวนที่ดำเนินมานานถึง 1 ปีครึ่ง และสอบปากคำพยานนับ 1 พันคน รวมไปถึงตรวจสอบเอกสารหลักฐานการปฏิบัติหน้าที่ ของ อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนพ้นตำแหน่ง พร้อมจัดให้มีการชี้แจงต่อหน้าคณะกรรมการถึง 10 ครั้ง โดยการประชุมเมื่อวานนี้ คณะกรรมการลงมติเป็นเอกฉันท์ ทรัมป์ และบุคคลใกล้ชิด ร่วมกัน “พยายามก่อรัฐประหาร”
และเสนอให้กระทรวงยุติธรรม ยื่นฟ้องร้องทรัปป์ 4 ข้อหา คือ ขัดขวางกระบวนการของรัฐบาล สมคบคิดกันหลอกลวงสหรัฐ สมคบคิดกันสร้างข้อมูลเท็จ และ ยุยง หรือ ช่วยเหลือการจลาจลที่ใช้ความรุนแรงเพื่อก่อกบฎ
นาย เจมี ราสกิน (JAMIE RASKIN) สมาชิสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตจากรัฐแมรีแลนด์ ระบุว่าคณะกรรมาการชุดดังกล่าวมีหลักฐานเพียงพอที่สามรถสนับสนุนข้อเรียกร้องให้ดำเนินคดีอาญากับ ทรัมป์ เนื่องจากมีพฤติกรรมสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ที่ก่อเหตุรุนแรงในรัฐสภา และ จงใจขัดขวางการถ่ายโอนอำนาจอย่างสงบภายใต้รัฐธรรมนูญ
เช่นเดียวกับ ส.ส.ลิซ เชนีย์ ของพรรครีพับลิกันจากรัฐไวโอมิง ในฐานะรองประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าว ที่กล่าวว่า “วันที่ 6 มกราคม 2021 เป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีอเมริกันปฏิเสธหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการถ่ายโอนอำนาจโดยสันติให้แก่ผู้ที่มารับตำแหน่งคนต่อไป โดยในช่วงต้นของการสอบสวนนั้น คณะกรรมการพบว่า ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนถูกโน้มนาวโดย ประธานาธิบดี ทรัมป์ ว่า การเลือกตั้งในปี 2020 นั้น เต็มไปด้วยเหตุทุจริต ซึ่งทุกคนทราบดีว่าเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น
นอกจากนี้ เชนีย์ ยังระบุว่าพฤติกรรมของทรัมป์จากเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า อดีตประธานาธิบดีผู้นี้ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ อีกแล้ว
อย่างไรก็ตามมติของคณะกรรมการสอบสวนนี้จะไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย โดยกระทรวงยุติธรรมนั้นจะเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นสุดท้ายว่า จะดำเนินคดีต่ออดีตผู้นำสหรัฐฯ และพวกพ้องหรือไม่ แต่ข้อสรุปนี้อาจเป็นตัวผลักดันให้กับการสืบสวนคดีอาญาที่ อัยการพิเศษ แจ็ค สมิธ กำลังดำเนินการต่อทรัมป์และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องอยู่ได้
สำหรับคณะกรรมการสอบสวนชุดนี้จะยุติบทบาทของตนลงในวันที่ 3 มกราคมที่จะมาถึง เมื่อพรรครีพับลิกันจะขึ้นมาเป็นผู้นำเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ แทน
นอกจากคดีเหตุจลาจลที่รัฐสภาในวันที่ 6 ม.ค.ปี 2020 ทรัมป์ ยังเผชิญการดำเนินการทางกฎหมายอีกมากมาย ทั้งคดีครอบครองเอกสารลับทางราชการอย่างผิดกฎหมาย และคดีแพ่งเกี่ยวกับภาษี ที่นางเลทิเทีย เจมส์ อัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์ก จากพรรคเดโมแครต ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลฎีการัฐนิวยอร์ก ประจำเขตแมนฮัตตัน กล่าวหาบริษัท “ทรัมป์ ออแกไนเซชั่น” ว่ามีพฤติกรรมฉ้อโกงและสร้างหลักฐานเท็จ ระหว่างปี 2011 ถึงปี 2021 ด้วยการประเมินทรัพย์สินต่างๆ ของครอบครัวทรัมป์สูงเกินความเป็นจริง เพื่อให้สถาบันการเงินอนุมัติสินเชื่อ ซื้อประกันจากบริษัทประกัน และได้รับลดหย่อนภาษีมากขึ้น
ขณะที่เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา “ทรัมป์ คอร์ป” (Trump Corp) และ “ทรัมป์ เพย์โรล คอร์ป” (Trump Payroll Corp) ซึ่งเป็น 2 บริษัทลูกของบริษัท ทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น ที่ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น โรงแรม รีสอร์ท และสนามกอล์ฟ ถูกตัดสินให้มีความผิดเกี่ยงกับการจ่ายภาษี
โดยคณะลูกขุนแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ พิพากษาว่าทั้ง 2 บริษัทนี้ทำผิดกฎหมายทั้ง 17 กระทง ตามที่ถูกกล่าวหาจากทีมอัยการว่า มีพฤติกรรมฉ้อโกงภาษีและสร้างหลักฐานทางธุรกิจอันเป็นเท็จ เพื่อหลอกลวงเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านการจัดเก็บภาษี ส่วนการลงโทษนั้นจะมีคำพิพากษาในเดือน ม.ค. ปี 2023 ซึ่งคาดว่า ทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่นจะถูกปรับเงิน 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 56 ล้านบาท