เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทเทสลา สเปซเอ็กซ์ และทวิตเตอร์ เรียกเสียงฮือฮา หลังทำโพลสำรวจความเห็นของผู้ติดตามในทวิตเตอร์ ที่มีอยู่ราว 122 ล้านคน โดยถามว่า "ผมควรลงจากตำแหน่งผู้บริหารของทวิตเตอร์หรือไม่" พร้อมทิ้งท้ายด้วยว่า "ผมจะยอมทำตามผลโหวตที่ออกมา"
ผลปรากฏว่า โพลดังกล่าวมีคนเข้ามาตอบความคิดเห็นกว่า 17.5 ล้านคน ภายในเวลา 12 ชั่วโมง และ 57.5% ตอบว่า "ใช่" คือเห็นด้วยว่าเขาควรลงจากตำแหน่งผู้บริหารทวิตเตอร์ ส่วนอีก 42.5% โหวต "ไม่"
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้น หลังมัสก์มีช่วงเวลาที่ยากลำบาก นับตั้งแต่เข้ามาเป็นผู้บริหารทวิตเตอร์ อย่างดราม่าล่าสุด คือ นโยบายที่สั่งห้ามผู้ใช้งานจากการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์คู่แข่ง เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เป็นต้น แต่ในเวลาต่อมาไม่กี่ชม. ทวิตเตอร์ก็ยกเลิกนโยบายดังกล่าว
นับตั้งแต่เข้ามาเป็นเจ้าของทวิตเตอร์ มัสก์ ได้เปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เป็นแนวปฏิบัติสายกลางของบริษัท ตั้งแต่คืนบัญชีที่เคยถูกระงับ เช่น บัญชีของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ถูกแบนหลังเหตุการณ์ก่อการจลาจลบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคมปีที่แล้ว
นอกจากนี้ มัสก์ยังปลดพนักงานออกจากบริษัท และมีรายงานว่า เลิกจ่ายค่าเช่าสำหรับสำนักงานของทวิตเตอร์บางแห่ง ซึ่งรวมถึงสำนักงานใหญ่ในซานฟรานซิสโก ขณะที่นักลงทุนตั้งคำถามว่าการเข้าซื้อทวิตเตอร์ของมัสก์ เป็นการเบนความสนใจจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มัสก์เพิ่งจะขายหุ้นเทสลาออกไปอีก 22 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากนับทั้งปีที่ผ่านมา มัสก์ขายหุ้นในบริษัทเทสลา รวมกันแล้วเป็นมูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
หลายฝ่ายกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดว่า มัสก์จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้หรือไม่ แต่ที่ผ่านมา มัสก์เคยเปิดโหวตสาธารณะ ถามความเห็นผู้ใช้งานทวิตเตอร์มาหลายครั้ง และเขาก็ปฏิบัติตามผลโหวตมาตลอด โดยวลีภาษาละตินที่มัสก์มักหยิบยกมาใช้คือ "ว็อกซ์ พอพิวไล ว็อกซ์ เดอี" (vox populi, vox dei) ซึ่งแปลว่า "เสียงของประชาชนคือเสียงของพระผู้เป็นเจ้า"
แต่ล่าสุด มีคนตาดีเห็นมัสก์ตอบทวีตของผู้ใช้งานรายหนึ่ง ที่เสนอแนะว่า ควรจะมีแต่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์แบบเสียเงินเท่านั้น ที่สามารถโหวตเปลี่ยนแปลงนโยบายต่าง ๆ ของบริษัทได้
โดยมัสก์เข้ามาแสดงท่าทีเห็นด้วย และบอกว่าทวิตเตอร์จะเปลี่ยนแปลงตามนี้
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ เจ้าตัวยังไม่ได้ออกมาพูดแน่ชัดว่าจะลาออกจากตำแหน่งซีอีโอหรือไม่
แม้มัสก์จะยังปิดปากเงียบ แต่ข่าวผลโหวตที่ออกมา ก็ทำให้หุ้นของเทสลาพุ่งขึ้นมาเกือบ 5% ในช่วงก่อนตลาดเปิดทำการ ก่อนจะปรับลดลงมาเล็กน้อย หลังเปิดตลาด
ที่ผ่านมา นักลงทุนของเทสลาไม่พอใจอย่างมากกับการที่มัสก์เข้าซื้อกิจการของทวิตเตอร์ เนื่องจากมัสก์ต้องเทขายหุ้นเทสลาเป็นระยะ เพื่อนำเงินไปซื้อทวิตเตอร์ จนราคาหุ้นของเทสลาร่วงแรง เฉพาะเดือนนี้ ร่วงไปแล้วถึง 23%
แดน ไอฟ์ส (Dan Ives) นักวิเคราะห์และกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์เวดบุช (Wedbush) ระบุว่า โพลนี้ออกมาในช่วงที่มัสก์ต้องตัดสินใจเลือกว่าจะทุ่มเวลาให้กับเทสลาหรือทวิตเตอร์ ซึ่งมัสก์น่าจะเลือกเทสลา ที่มีมูลค่าคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินทั้งหมดของมัสก์
ปัจจุบัน มัสก์ต้องแบ่งเวลาบริหารหลายบริษัทใหญ่ของตัวเอง ทั้งเทสลา สเปซเอ็กซ์ ทวิตเตอร์ และบอริง คอมพานี ซึ่งเป็นบริษัทบริการโครงสร้างพื้นฐานและสร้างอุโมงค์ รวมถึงนิวรัลลิงก์ สตาร์ทอัพพัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองของมนุษย์เข้ากับคอมพิวเตอร์