สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานอ้างคำพูดของ คิม ยอ-จอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือว่า โครงการพัฒนาดาวเทียมสอดแนมของเกาหลีเหนือเป็นโครงการสำคัญเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของประเทศ แต่เนื่องจากสิทธิในความอยู่รอดและการพัฒนาของเกาหลีเหนือกำลังถูกคุกคาม ทำไมเราจะต้องกลัวมาตรการคว่ำบาตรที่เราเจอมาซ้ำๆ จนถึงขณะนี้ ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก และทำไมเราจะต้องหยุด
คำกล่าวของคิม ยอ-จอง มีขึ้นหลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (18 ธ.ค.) เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธระยะกลาง 2 ลูก โดยระบุว่าเป็นการทดสอบเฟสสุดท้ายที่สำคัญของโครงการพัฒนาดาวเทียมสอดแนม ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย. 2023
นอกจากนี้ สำนักข่าวกลางเกาหลียังรายงานอ้างแถลงการณ์ของโฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือ ประณามแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ของญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลีและภูมิภาคเอเชียตะวันออกอย่างสิ้นเชิง พร้อมกับเตือนว่า เกาหลีเหนือจะดำเนินการตอบโต้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า การเลือกของญี่ปุ่นนั้น “ผิด” และ “อันตราย”
สัปดาห์ที่แล้ว ญี่ปุ่นได้เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับใหม่ กรอบระยะเวลา 5 ปี ซึ่งเป็นการเสริมสร้างกองทัพครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค และความกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนอาจลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ
แผนดังกล่าวจะทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใช้งบประมาณด้านกลาโหมมากที่สุดในโลกเป็นอันดับสาม รองจากสหรัฐอเมริกา และจีน รวมถึงรับรองศักยภาพของญี่ปุ่นในการเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อนในกรณีฉุกเฉิน และสถานการณ์เฉพาะ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางของญี่ปุ่นตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จะไม่ใช้กำลังทหารในความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยกำลังทหารที่มีเป็นเพียง “กองกำลังป้องกันตนเอง” ที่มีหน้าที่ปกป้องมาตุภูมิเป็นหลัก
ภาพจาก AFP