เมื่อคืนที่ผ่านมา สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ได้เปิดประชุมพิจารณาข้อมติเพื่อเดินหน้าหาทางออกของสงครามรัสเซียรุกรานยูเครนที่ดำเนินมาจะครบ 1 ปี
โดย อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุม โดยระบุว่า สงครามไม่ใช่ทางออกของปัญหา ยิ่งสงครามยืดเยื้อไปนานเท่าใด การจัดการกับความขัดแย้งนี้ก็จะยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกต้องการในตอนนี้คือสันติภาพ
จากนั้นดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ก็ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ โดยระบุว่า ยูเครนเลือกที่จะต่อสู้กับรัสเซียเพื่อปกป้องแผ่นดินตนเองและการกระทำดังกล่าวเป็นไปตามกฎบัตรของสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันตนเอง และเป็นหนทางในการบรรลุสันติภาพอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม
ขณะที่ที่ประชุม UNGA ได้เปิดอภิปรายเรื่องร่างข้อมติเพื่อหาทางออกไปสู่สันติภาพยูเครน ซึ่งได้รับการสนับสนุนยกร่างจากชาติสมาชิก 60 ประเทศ และจะเปิดให้ชาติสมาชิกได้ลงมติในวันพรุ่งนี้ ( 24 ก.พ.) ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 1 ปีของการรุกรานยูเครน
เนื้อหาหลักของร่างข้อมติดังกล่าวต้องการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการหาทางออกโดยเร็วที่สุด เพื่อจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนของยูเครน ซึ่งสอดคล้องตามกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ
และเน้นย้ำถึงสถานะรัฐเอกราช อำนาจอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของยูเครน ตลอดจนยืนยันว่า การได้มาซึ่งดินแดนอันเป็นผลมาจากการคุกคาม หรือการใช้กำลังจะไม่ได้รับการยอมรับตามกฎหมายระหว่างประเทศ
หลังจากที่มีการเสนอและให้เปิดอภิปรายร่างข้อมติ UNGA ผู้แทนจากหลายชาติได้ให้ความเห็นและระบุว่าจะลงมติเห็นชอบร่างดังกล่าว เพื่อให้ได้มาซึ่งสันติภาพระยะยาวสำหรับยูเครน
ขณะผู้นำจากบางชาติระบุว่า จะไม่สนับสนุนร่างดังกล่าว เพราะชาติตะวันตกที่เป็นผู้ยกร่าง กำลังใช้เวทีของยูเอ็นในการโปรโมทโฆษณาชวนเชื่อของตนเอง
อย่างไรก็ดี นักวิชาการได้ออกมาให้ความเห็นว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามและสร้างสันติภาพถาวรในยูเครน จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ และรัสเซียตกลงเจรจาและแบ่งปันข้อกังวลของแต่ละฝ่ายร่วมกัน
อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายมองว่าจากสถานการณ์ในตอนนี้ โลกอาจยังไม่ได้เห็นสันติภาพในเร็ววัน เนื่องจากข้อมติของสหประชาชาติที่จะมีการลงมติในวันพรุ่งนี้ ไม่ได้ผลผูกพันทางกฎหมาย เป็นเพียงแก่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
ขณะเดียวกัน ท่าทีของทั้งชาติตะวันตกและประธานาธิบดีปูตินก็ชัดเจนว่า จะไม่หยุดการใช้กำลังในตอนนี้ โดยเมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีปูตินได้เดินทางไปเข้าร่วมคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นในกลางกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย
ก่อนที่จะขึ้นไปกล่าวบนเวทีว่า ทหารรัสเซียกำลังต่อสู้อย่างกล้าหาญ ตลอดจนชาวรัสเซียทั่วประเทศกำลังสนับสนุนและภูมิใจในตัวพวกเขาอย่างมาก ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ท่าทีเช่นนี้ของประธานาธิบดีปูตินอาจกำลังสื่อว่า รัสเซียจะทำสงครามในยูเครนต่อไป
ด้านประชาชนที่มาเข้าร่วมงานดังกล่าวระบุว่า พวกเขาสนับสนุนแนวคิดและนโยบายของผู้นำรัสเซีย ตลอดจนมองว่าผู้นำรัสเซียเดินมาถูกทางแล้ว ประชาชนบางคนเปรียบเทียบว่าประธานาธิบดีปูตินเหมือนพ่อของตนเองนอกจากการสนับสนุนด้านการทหารแล้ว
วันนี้ประธานาธิบดีปูตินก็ได้ออกมาแถลงว่า รัสเซียจะมุ่งพัฒนาศักยภาพของกองกำลังนิวเคลียร์ โดยจะมุ่งเป้าไปที่การพัฒนา”คินซัล" ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงชนิดโจมตีจากอากาศ และ”เซอร์คอน" ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงชนิดติดตั้งกับเรือดำน้ำ
การประกาศของผู้นำรัสเซียในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่รัฐสภาหรือสภาดูมาของรัสเซียลงมติรับรองกฎหมายระงับการมีส่วนรวมในสนธิสัญญาควบคุมนิวเคลียร์ New START เมื่อวานนี้ ตามนโยบายที่ประธานาธิบดีปูตินแถลงต่อชาติสมาชิกสภาเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา