การแถลงข่าวประจำวัน ช่วงค่ำวานนี้ (13 มีนาคม 2023) ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ย้ำว่า การสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่ทางตะวันออก ยังเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ยูเครนจำเป็นต้องทำลายกำลังทหารรัสเซียให้ได้ เพราะพื้นที่ต่างๆ ทางภาคตะวันออก รวมถึงบัคมุต จะเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตของยูเครนที่กำลังต่อสู้อยู่
ส่วนในเมืองบัคมุตขณะนี้ สถาบันศึกษาสงครามในกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐฯ ให้ข้อมูลว่า แม้กองทัพรัสเซียและทหารในสังกัดบริษัททแวกเนอร์กรุ๊ปยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินอย่างต่อเนื่อง
แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าฝ่ายรัสเซียประสบความสำเร็จในการรุกคืบไปข้างหน้า
ขณะที่ กระทรวงกลาโหมของอังกฤษได้เผยแพร่รายงานข่าวกรองที่อ้างว่า แวกเนอร์กรุ๊ปกำลังพยายามเกณฑ์กำลังพลเพิ่มเติม โดยพุ่งเป้าไปที่นักเรียนชั้นมัธยมปลายในกรุงมอสโกของรัสเซีย
โดย แวกเนอร์กรุ๊ป ได้ส่งแบบสอบถามและเก็บข้อมูลของเด็กนักเรียนที่อาจต้องการเป็นทหาร ส่วนสาเหตุที่แวกเนอร์กรุ๊ปหันไปสนใจนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย กระทรวงกลาโหมอังกฤษระบุว่ าเป็นเพราะความขัดแย้งกับแกนนำกองทัพรัสเซีย ทำให้บริษัทไม่สามารถเข้าถึงผู้ต้องขังในเรือนจำเพื่อชักชวนให้สมัครเข้าร่วมรบในสมรภูมิยูเครนได้อีกต่อไป
ขณะที่นักโทษรัสเซียที่เข้าร่วมรบในสมรภูมิยุเครนมีแนวโน้มได้รับบาดเจ็บและล้มตายจากการสู้รบไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้แวกเนอร์กรุ๊ปต้องเร่งจัดหากำลังพลเพิ่มเติม โดยได้เปิดศูนย์รับสมัครผู้ที่สนใจอย่างน้อย 40 จุดทั่วรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมอังกฤษเชื่อว่าการหาแหล่งกำลังพลใหม่ๆ ที่แวกเนอร์กรุ๊ปกำลังดำเนินการอยู่นี้ยังไม่น่าเพียงพอที่จะทดแทนวิธีระดมด้วยการเข้าไปโน้มน้าวนักโทษในเรือนจำต่างๆได้
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมรัฐสภารัสเซียได้เสนอร่างกฎหมายเพิ่มอายุขั้นต่ำสุดของการเกณฑ์ทหารจาก 18 ปี เป็น 21 ปี และเพิ่มอายุขั้นสูงสุดจาก 27 ปี เป็น 30 ปี
โดยจุดประสงค์การเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ ต้องการให้เยาวชนสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมหรืออาชีวะก่อนเข้ารับราชการในกองทัพ ซึ่งการเพิ่มอายุเกณฑ์ทหารขั้นสูงสุดจาก 27 ปี เป็น 30 ปี จะช่วยชดเชยกำลังพลที่ขาดหายไปจากการเพิ่มอายุการเกณฑ์ทหารขั้นต่ำสุด
ขณะที่ สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศในกรุงสตอล์กโฮล์ม ประเทศสวีเดนเปิดเผยว่าระหว่างปี 2018 ถึงปี 2022 ประเทศต่างๆ ในยุโรปนำเข้าอาวุธหลักเพิ่มขึ้นมากขึ้นถึง 47 เปอร์เซนต์ เนื่องจากความตึงเครียดต่างๆ และสงครามในยูเครน โดยเฉพาะชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ที่นำเข้าอาวุธเพิ่มขึ้นถึง 65 เปอร์เซ็นต์ ส่วนทางการกับการนำเข้าอาวุธในภาพรวมทั่วโลกที่ลดลง 5 เปอร์เซ็นต์