เจ้าหน้าที่ตำรวจอิหร่านประกาศมาตรการใหม่ในการควบคุมหญิงชาวอิหร่านไม่ให้ฝ่าฝืนกฎหมายบังคับการแต่งกาย โดยจะติดตั้งกล้องไว้ตามสถานที่สาธารณะและตามทางสัญจร เพื่อระบุตัวและลงโทษหญิงที่ไม่สวมผ้าคลุมศีรษะหรือฮิญาบ โดยตำรวจระบุว่า ผู้ฝ่าฝืนจะได้รับ “ข้อความเตือน” เกี่ยวกับผลที่จะตามมาหากยังคงฝ่าฝืนกฎ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ “ป้องกันการต่อต้านกฎหมายฮิญาบ” ซึ่งกำลังทำให้ภาพลักษณ์ทางจิตวิญญาณของประเทศเสื่อมเสียและเป็นการแพร่กระจายของความไม่มั่นคงของชาติ
“โมเดอร์นา” มั่นใจ อีกไม่ถึง 10 ปี โลกมีวัคซีนป้องกันมะเร็ง-โรคหัวใจ
คำแถลงของตำรวจระบุว่า “จะไม่ยอมให้มีพฤติกรรมและการกระทำใด ๆ ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เป็นการละเมิดกฎหมายฮิญาบ”
มาตรการนี้มีขึ้นท่ามกลางความไม่พอใจในหมู่ชนชั้นนำทางศาสนาของประเทศ หลังประชากรหญิงจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัดสินใจที่จะไม่สวมฮิญาบอีกต่อไปแล้ว โดยมีชนวนเหตุมาจากการเสียชีวิตของ “มาห์ซา อามินี” หญิงชาวเคิร์ดวัย 22 ปีที่ถูกตำรวจศีลธรรมทำร้ายจนเสียชีวิตเมื่อเดือน ก.ย. 2022
การเสียชีวิตของเธอทำให้เกิดกระแสการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่แผ่ขยายไปทั่วประเทศเป็นเวลาหลายเดือน จนกองกำลังรักษาความมั่นคงเข้าปราบปรามผู้ประท้วงด้วยรุนแรง
ถึงกระนั้น ผู้หญิงที่เสี่ยงต่อการถูกจับกุมเพราะฝ่าฝืนกฎข้อบังคับในการแต่งกายยังคงพบเห็นได้ทั่วไปในห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านค้า และท้องถนนทั่วประเทศ รวมถึงมีวิดีโอของเหล่าผู้หญิงซึ่งต่อต้านตำรวจศีลธรรมปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเรียกร้องให้เจ้าของธุรกิจหรือกิจการต่าง ๆ ตรวจสอบการปฏิบัติตามบรรทัดฐานทางสังคมเคร่งครัด ดำเนินการตรวจสอบอย่างขยันขันแข็ง
ภายใต้กฎหมายอิหร่านซึ่งบังคับใช้หลังการปฏิวัติปี 1979 ผู้หญิงมีหน้าที่ต้องคลุมผมและสวมเสื้อผ้ายาวหลวม ๆ เพื่ออำพรางรูปร่าง ผู้ฝ่าฝืนจะถูกตักเตือน ปรับ หรือถูกจับกุม
แถลงการณ์ของกระทรวงมหาดไทยเมื่อราวสัปดาห์ก่อนระบุว่า “ฮิญาบเป็นหนึ่งในรากฐานทางอารยธรรมของประชาชาติอิหร่าน และเป็นหนึ่งในหลักปฏิบัติของสาธารณรัฐอิสลาม”
นโยบายของทางการที่มุ่งปราบปรามหญิงที่ไม่สวมฮิญาบ ทำให้ประชาชนบางกลุ่มที่สนับสนุนแนวคิดดั้งเดิมกระทำการรุนแรงต่อหญิงที่ไม่สวมฮิญาบ เช่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกิดเหตุชายคนหนึ่งปาโยเกิร์ตใส่ผู้หญิงสองคนที่ไม่สวมฮิญาบในร้านค้า
เรียบเรียงจาก Al Jazeera
ภาพจาก AFP